Showing posts with label ประชุมธรรม. Show all posts
Showing posts with label ประชุมธรรม. Show all posts

Monday

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระโอวาทสงฆ์จี้กงวิปลาส

ประทานเนื่องในโอกาสชั้นเรียนประชุมธรรม 7 วัน ณ ไท่หลินฝอเอวี้ยน จ.มุกดาหาร

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ





--------------------------------------------------------------------------------

หากชีวิตหนึ่งไม่เห็นแต่ตัวเอง ย่อมเป็นผู้ที่รู้แจ้ง

หากชีวิตหนึ่งไม่ถูกต้องแต่ตัวเอง ย่อมเป็นผู้ที่ชัดเจน

หากชีวิตหนึ่งไม่ดีเด่นแต่ตัวเอง ย่อมเป็นผู้ที่มีความชอบ

หากชีวิตหนึ่งไม่โอ้อวดแต่ตัวเอง ย่อมเป็นผู้ที่ยืนยาว

เราคือ

สงฆ์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน เคียมคัล

องค์มารดาผู้เมตตา ถามศิษย์รักทุกคนสุขสบายดีไหม

ขอทุกคนจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา



หวังศิษย์จงจำ ศิษย์จงจำสัญญา บอกลงสู่โลกาจะนำพาผองชน

มั่นคงเด็ดเดี่ยวหยุดใจ เลื่อนลอย จุดหมายใจคอย มั่นชะรอยอริยา

ขอเจ้าจงจำ เจ้าจงจำสัญญา รู้ชีวิตที่มาถึงเวลาตื่นหนอ

อุดมการณ์ใหญ่ ความตั้งใจให้พออย่ามัวลอยคอคืนหนอจิตพุทธา

จงได้มั่นคงเข้มแข็ง หัวใจให้แกร่งล่ะเหมือนดั่งหินผา

ลมฝนกระหน่ำอาจช้ำเสียน้ำตา มั่นคงศรัทธานำพาเจ้าพ้นไป

ทุ่มเทสุดใจ ทุ่มสุดใจสุดแรง สำนึกผิดเปลี่ยนแปลงส่งแรงรักจริงใจ

ปลุกคนผู้เศร้าฝ่าทุกข์เขลาเดียวดาย จิตพุทธาคืนได้อย่าพ่ายจิตใจคน



ทำนองเพลง โนบรา โนราห์



ผู้ที่ชอบแก่งแย่งคือผู้ที่มีจิตใจอ่อนแอ

ผู้ที่ชอบแก่งแย่งความร่ำรวยคือผู้ที่จิตใจยากจน

ผู้ที่ชอบแก่งแย่งอำนาจคือผู้ที่จิตใจวุ่นวาย

ผู้ที่ชอบเอาหน้าคือผู้ที่ไม่มีความดีให้เอาหน้าจริง

ผู้ที่ชอบสั่งสมคุณธรรมความดีคือผู้ที่มีความสุขตลอดกาล



( เข้าใจไหม )



ศิษย์รักเอ๋ย…

ศิษย์รักเอ๋ยชีวิตคนบนโลกต่างไขว่คว้าดิ้นรนมิหยุดนิ่ง จิตใจอยากมิรู้พอ ไขว่คว้าหนอไขว่คว้า สุดท้ายศิษย์ได้อะไรบ้าง? ทรัพย์สินเงินตรายศถาตำแหน่ง เปรียบได้ดั่งฝุ่นธุลี ลมพัดมาก็จางหาย เหลือไว้เพียงความว่างเปล่า ไยต้องไขว่คว้าจนจิตใจวุ่นวาย สังคมทั่วไปติดค่านิยมว่าปริญญาคือสิ่งที่สูงที่สุด แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถนำปริญญามาแสดงให้เห็นถึงหลักสัจธรรมได้ ชีวิตคนต้องรู้อะไรจริงอะไรปลอม ชีวิตจริงคุณค่าอยู่ตรงไหน? ศิษย์รู้บ้างหรือเปล่า? เข้าใจถึงธรรมแท้อย่าได้ดูเพียงภายนอก มองคนมองสิ่งใดอย่าได้มองเพียงเปลือก



หวังศิษย์รัก…

ผู้มีปัญญาจะเข้าใจความหมายอันแท้จริง ชีวิตหนึ่งต้องรู้ยึดหลักคุณงามความดี ปฏิบัติตลอดชีวิตยึดคุณธรรมในการดำเนินก้าว ตำแหน่งสูงยิ่งต้องอ่อนน้อมอย่าได้หยิ่งยโส เป็นผู้น้อยยิ่งต้องสำรวมตนบำเพ็ญ จิตอ่อนน้อมเป็นบุญ เห็นผู้คนเสมอภาคเป็นกุศล ทุกคนต่างได้เรียนรู้ในชีวิตการก้าวเดินหากขาดแคลนซึ่งคุณธรรม แม้ว่าจะมากด้วยความสามารถ ความฉลาด สักวันต้องสะดุดล้มลงได้



หวังศิษย์รัก…

เปิดจิตใจก้าวเดินออกมาศึกษา ต้องให้รู้จริงปฏิบัติ จึงไม่ผิดเพี้ยน รักษาตนอ่อนน้อมดำเนิน กตัญญุตาธรรม สำนึกในพระคุณฟ้าเบื้องบน สำนึกในพระคุณผู้มีคุณ ตระหนักในมโนธรรมสำนึกแห่งตน คงพลานุภาพอันยิ่งใหญ่ภายในตนตลอดเวลา



หวังศิษย์รัก...

ได้ใส่ใจคนรอบข้าง ร่วมผลักดันพลังธรรมให้แผ่กำจาย ให้ทุกคนได้ร่วมสาธุการในงานครั้งนี้ ศิษย์รักเจ้ายังเยาว์วัย เป็นบุคลากรที่สร้างสรรค์ได้ มีพลังแห่งการก่อเกิดจะให้เจ้าเหนือกว่าสามัญชน เจ้าต้องตั้งใจมั่นคงอย่างจริงแท้ ต้องรู้รักษาตนให้ห่างจากที่ไม่ควรไป ไม่มองในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ทำในสิ่งที่ผิดจรรยา เจ้าจะต้องควบคุมกายใจตนให้ดี ยกพลังพลานุภาพอันเที่ยงตรงออกมาสู่ชนผอง อยู่นอกบ้านต้องรับผิดชอบต่อตัวเองให้ดี จึงจะไม่ผิดต่อการภาวนารอคอยของพ่อแม่ ขอศิษย์รักทำเพื่อชนจะได้ไหม?



ก่อนจากกันฝากผลไม้เป็นกำลังใจให้กับแม่ครัวผู้เหนื่อยยาก ศิษย์ต้องรู้สำนึกคุณตลอดเวลา



( เข้าใจไหม )

เพียรบำเพ็ญปฏิบัติขจัดมลทิน ให้สูญสิ้นจากใจใฝ่ธรรมแท้

อุดมการณ์มั่นคงแลแน่วแน่ จิตผันแปรต้องพ่ายแพ้มารผจญ

ใจจะต้องมีทิศทางอันชัดเจน ทำให้จริงมิใช่เล่นเป็นแก่นสาร

ชีวิตนี้มีแต่ทุกข์ทรมาน ก้าวพ้นผ่านจึงจะรู้สุขแท้จริง

อย่ายึดตัวว่าเก่งมิยอมรับ มองตนเต็มต้องพบกับการที่พร่อง

หนึ่งหนทางอาจารย์ชี้นำครรลอง ก้าวได้ถึงจะต้องอยู่ศิษย์เดิน

หวังศิษย์รักหว่านเมล็ดพันธุ์พุทธะ ด้วยมานะพากเพียรอดทนสู้

ประสบการณ์ในชีวิตให้เป็นครู คอยเรียนรู้จนก้าวสู่นิจนิรันดร์

กราบลา

ฮา ฮา ถอย

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระโอวาทสงฆ์จี้กงวิปลาส

ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ สถานธรรมไท่ฉิน จ. กรุงเทพ

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ



--------------------------------------------------------------------------------

จิตเข้าถึงธรรมสว่างกระจ่างแจ้ง

เมื่อสว่างกระจ่างแจ้งที่สุดคือความจริงใจ

จิตเข้าถึงธรรมจริงแท้แน่นอน

เมื่อจริงแท้แน่นอนที่สุดคือความอบอุ่นผาสุกชีวิต

เราคือ

สงฆ์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมกายเคียมคัล

องค์ชคัตตรยาพดง ถามศิษย์รักทุกคนสุขสบายดีไหม

น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ รักษาความศรัทธาแรกเริ่มไว้

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ บำเพ็ญจริงปฏิบัติจริงให้บรรลุผล

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ ไม่แอบแฝงเสแสร้งหรือมีเจตนาเท็จ

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ จะมั่นคงในศรัทธาบำเพ็ญธรรมยั่งยืน

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ ไม่ดูหมิ่นดูแคลนธรรมะหรือบุคคลอื่น

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ อ่อนน้อมถ่อมตน

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ ไม่เย่อหยิ่งแข็งกร้าว

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ มีจิตสำนึกคุณ

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ มุ่งมั่นฉุดช่วยเหล่าเวไนยที่ลุ่มหลง

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ มีชีวิตผาสุกราบรื่น

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ น้อมตอบแทนคุณบิดามารดา ปรนนิบัติสุดจิตสุดใจ

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ แคล้วคลาดอันตรายต่างต่างนานา

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ ยินดีละลายบาปเวรกรรม

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ ละโลภโกรธหลงให้หมดสิ้น

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ หนักแน่นยึดหลักธรรมบำเพ็ญ สมถะสามารถบรรลุอริยมรรค

( เข้าใจไหม )



ชีวิตคนเปรียบละคร คุณค่าอยู่ที่คุณความดี มิได้อยู่ที่เนื้อหาสั้นหรือยาว ชีวิตศิษย์ก็เช่นกัน ได้เกิดกายอันประเสริฐสุด จงตั้งใจประพฤติคุณงามความดี ให้เป็นทุนหนุนเสริมชีวิต ได้ดำรงในชาตินี้อย่างผาสุกสู่ชีวิตอันสว่าง ด้วยรู้จักยึดหลักธรรม นำพาปฏิบัติให้ประจักษ์จริงต่อชีวิตตน ธรรมะไร้รูป รู้ละวาง รู้สู่ว่าง จางมลายจิตอกุศล ว่างจากกิเลส จิตสู่สภาวะธรรมชาติเดิม

แดนโลกียะรู้จักที่เรียนรู้ เพื่อจะนำพาจิตพ้นข้าม จากห้วงทุกข์ด้วยหนทางอนุตตรธรรม ขอเพียงศิษย์รักศึกษาจริง ค้นหาคัมภีร์แห่งจิตได้รู้สภาวะดั่งเดิมแห่งพุทธะ ได้โดยอาศัยกายเนื้อที่ศิษย์ดำรงอยู่ เจริญธรรมรักษาศีล มีความสงบ สมถะ ตัดละเลิกอบายมุขทั้งหลาย ด้วยตั้งนะโมแห่งจิตตน



ขอมวลศิษย์ ศึกษาธรรมได้อย่างเข้าใจ โดยพื้นฐานจิต พุทธะนั้น เสมอภาค มิได้แบ่งชนชั้น แต่ต้องรู้จักสร้างกุศล

คุณธรรมบารมีวาสนาให้แด่ตนเองและบรรพชน



วันนี้เข้าประชุมธรรมสะเทือนทั่วสามภพ ขอศิษย์ทั้งหลายตระหนักอย่าดูเบาหรือขบขันเห็นเป็นเรื่องล้อเล่น หากมิใช่เพราะฟ้าเมตตาหรือบุญญาถึง มิอาจได้รับหนึ่งจุดชี้จากพระวิสุทธิ์อาจารย์ จงนำพาไตรรัตน์อันวิเศษ ย้อนมองส่องตนกำราบจิตมาร กล่อมเกลาฝึกฝนอย่างพุทธะโพธิสัตว์

( เข้าใจไหม )



ความในใจยากเอื้อนเอ่ยหนาศิษย์รัก อาจารย์รู้ว่าศิษย์ทุกคนต่างพบกับการทดสอบ แม้จะพบการสอบเพียงไร แต่สิ่งหนึ่งที่อาจารย์ไม่เคยลืม คือ คำมั่นสัญญา ที่ศิษย์รักจะบำเพ็ญธรรม... ปฏิบัติตนเป็นคนดี จะฉุดช่วยเวไนยสัตว์ตามปณิธานตนที่ตั้งไว้ อาจารย์เฝ้ารอคอยมิเคยห่างไกล ขอเจ้าจงเชื่อมั่นแท้



ก่อนจะจากกันทุกหน้าที่ ได้กระทำล้วนเป็นงานฟ้าเบื้องบน หนึ่งนาทีได้อุทิศเสียสละ อาจารย์นั้นสุดแสนแท้ยินดี หนึ่งวัน หนึ่งเดือน และหนึ่งปีหรือตลอดไป ศิษย์รักก็ยังคงคือลูกศิษย์แห่งพุทธะ ขอจงน้อมนำจิตศรัทธาปรกโปรดชน ตามปณิธานตน อาจารย์เชื่อมั่นว่า ณ วันพรุ่งนี้กุศลคุณงามศิษย์จะเบ่งบานหอมขจรไกล



กราบลา

ฮา ฮา ถอย

Tuesday

ประสบการณ์จาก มหาชาติ นครพนม

ออกเดินทางประมาณ 2 ทุ่มกว่า 6 ชีวิตนั่งในรถ กระบะหลังเต็มไปด้วยสัมภาระ
เส้นทางผ่าน มวกเหล็ก - โคราช - ขอนแก่น - สกล - นครพนม อากาศหนาวเย็นมากช่วงเทือกเขาภูพาน ทางขึ้นลงคดโค้ง สลับกันขับ จอดนอนพัก ด้วย กว่าจะถึงสถานธรรมก็ประมาณ 8 โมงเช้า รวมระยะทาง 630 ก.ม. หมดค่าน้ำมันประมาณ 1500 บาท

Thursday

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กงเนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ ไท่ซิว กรุงเทพ ฯ

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ ไท่ซิว กรุงเทพ ฯ

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ



--------------------------------------------------------------------------------





บำเพ็ญธรรมมิใช่อยู่ที่ตำแหน่งชื่อเสียง แต่อยู่ที่คุณธรรมได้ประจักษ์

ดำเนินธรรมมิใช่อยู่ที่ร่ำรวยฤายากจน แต่อยู่ที่ความศรัทธาจริงใจได้ประจักษ์

เราคือ

สงฆ์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมกายเคียมคัล

องค์มารดาแล้ว ถามศิษย์รักทุกคนสบายดีไหม

น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา



ศิษย์เรียกร้องขอบุญวาสนา แต่มิเคยได้บริจาคทาน

ศิษย์เรียกร้องขอมีอายุยืนและสุขภาพแข็งแรง แต่มิเคยหยุดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

ศิษย์เรียกร้องขอมีสติปัญญาสูงส่ง แต่มิเคยศึกษาค้นคว้าวิชาความรู้ให้กว้างขวาง

ศิษย์เรียกร้องขอมีชีวิตอันสงบสุข แต่มิเคยย้อนมองส่องตนกำราบกิเลสและจิตใจที่ฟุ้งซ่าน



ต่อรูปลักษณ์ทั้งหลาย ศิษย์ต้องมีความบางเบาในความใคร่อยาก

ต่อหลักธรรมจริง ศิษย์ต้องมีแรงศรัทธาจริงใจบำเพ็ญตามรอยอริยะ

ต่อเวไนยทั้งหลาย ศิษย์ต้องมีเมตตาจิตอุทิศช่วยเหลือเกื้อกูล

ต่อตนเอง ศิษย์ต้องมีความเข้มงวด กวดขันตนในการบำเพ็ญธรรม

ต่อผู้ร่วมบำเพ็ญ ศิษย์ต้องมีความเสมอภาคในทัศนะความคิดเห็น



เมื่อเกิดมาแล้วไม่ลุ่มหลง คือปัญญาแห่งญาณ ได้บรรเจิด

เมื่อเกิดมาแล้วไม่ทุกข์กังวล คือจิตแห่งเมตตา ได้ปรากฏ

เมื่อเกิดมาแล้วไม่ขยาดกลัวความตาย คือกล้าหาญแห่งพลังเที่ยงธรรม ได้ปรากฏ

( เข้าใจไหม )

ธรรมยุคขาวปรกโปรดกว้างฉุดช่วยคนที่ลุ่มหลงขึ้นสู่ฝั่งแดนพุทธะ ในการสดับธรรมสองวันนี้ มวลศิษย์นั้นบังเกิดจิตที่ดีงาม จะต้องรู้แสดงออกด้วยการบำเพ็ญจิตปฏิบัติตน ฉุดช่วยคนทั้งหลายจึงจะพบคุณวิเศษแห่งอนุตตร

แม้กาลนี้ธรรมปรกโปรดโลกมนุษย์ แต่ยิ่งฉุดช่วยโลกวิญญาณและเทวโลก หนึ่งในสามโลก มีบรรพชนของศิษย์รักได้หมุนเวียนสลับเกิดตายมาหลายชาติ ดังนั้นผู้เป็นบุตรหลานควรตรึกตรองพิจารณาให้จงดี การที่ตนได้รับธรรมะสดับธรรมและจะก้าวเดินต่อไปนั้น จงสงบจิตย้อนถามตน ได้รู้ถึงที่สุดแห่งจุดสถิตจิตญาณหรือยัง ด้วยเหตุนี้จะส่งผลถึงบรรพชนของศิษย์ทั้งหลาย

การบำเพ็ญธรรมในยุคขาวขอเพียงเปิดใจ ก้าวเข้ามาศึกษา ให้ตนนั้นพิสูจน์ตนด้วยธรรมะไร้รูปลักษณ์ จึงหวังศิษย์ทั้งหลายบำเพ็ญธรรม ด้วยการไม่แอบแฝงเสแสร้ง จริงใจศรัทธา ปลุกพลังอันมุ่งมั่นแห่งพุทธะ พระโพธิสัตว์ที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ได้ตื่นจากฝัน ก้าวทันกาลปรกโปรดครั้งนี้

( เข้าใจไหม )



ศิษย์รักเอ๋ย...ศิษย์รัก...

อาจารย์รู้ว่าแต่ละคนได้ประสบอุปสรรคมากเท่าใดในการฉุดช่วยคน บางคนคิดว่าเป็นมิจฉาศาสตร์หรือลัทธิมาร แต่ศิษย์ทุกคนจะต้องมีพลังแห่งท่านกวนเซิ่งตี้จวิน พิทักษ์ธรรม และจิตใจของศิษย์เอง มิอ่อนล้าหรือถดถอยทุกอุปสรรค ทุกผู้คนที่มีบุญสัมพันธ์ เราจะต้องรู้จักขอบคุณและถนอมรักษาโอกาสนี้ที่จะได้สร้างบุญบรรลุปณิธาน ขอเพียงจิตใจศิษย์ทุกคนตรงต่อฟ้า ฟ้าย่อมให้การดูแลช่วยเหลือ แต่ทว่าฟ้าในจิตใจหากผิดเพี้ยน แม้แต่พุทธะพระโพธิสัตว์ก็ไม่อาจช่วยได้

ดังนั้นการบำเพ็ญธรรม บำเพ็ญจิตและนำพาคนทั้งหลาย เจ้าจะต้องยืนหยัดให้ตรงต่อฟ้า คอยระมัดระวังจิตตนเองอยู่เสมอ สำรวมกายวาจาใจ ฝึกฝนขัดเกลาได้ถึงที่สุด แห่งสภาวะอิสระเสรี

ทุกหน้าที่ที่ปฏิบัติ ฟ้าเบื้องบนล้วนคอยดูอยู่ ขอจงตั้งใจให้ดี สักวันหนึ่งศิษย์จะบรรลุ ศิษย์สำเร็จธรรม

จงมุ่งมั่น...จงมุ่งมั่น...ก้าวขึ้นไปอีกขั้นของการบำเพ็ญ

กราบลา

ฮา ฮา ถอย

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง เนื่องในโอกาสประชุมธรรม ชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้ ณ ไท่เจียฝอเอวี้ยน อ.หนองแค จ.สระบุรี

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


เนื่องในโอกาสประชุมธรรม ชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้ ณ ไท่เจียฝอเอวี้ยน อ.หนองแค จ.สระบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2550



--------------------------------------------------------------------------------

จี้กงคืออนุเคราะห์ด้วยเที่ยงธรรม หัวฝอคือพุทธะล้ำอมตะหนา

แห่งชีวิตจิตญาณเดิมที่มา หัวฝอหนังผิงซันรอศิษยาร่วมเปรมปรีดิ์

เราคือ

จี้กงหัวฝอแห่งหนันผิงซัน รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมเคียมคัลต่อหน้า

องค์มารดาแล้ว ถามศิษย์รักทั้งหลายสุขสบายดีไหม

จิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา

บำเพ็ญธรรมกลางโลกต้องรู้มี จิตเมตตาอันกว้างใหญ่ไพศาล

บำเพ็ญธรรมกลางสังคมต้องมี กุศโลบายแยบยลหมื่นพันวิธีฉุดช่วย

บำเพ็ญธรรมในครอบครัวต้องมี คุณสัมพันธ์ทั้งห้าคุณธรรมแปดกลมกลืน

บำเพ็ญธรรมในสถานพุทธะต้องมี จิตอ่อนน้อมเที่ยงตรงสมานสามัคคี

บำเพ็ญธรรมในจิตตนต้องมี มโนธรรมสำนึกขอบพระคุณฟ้าดิน แลรู้จักสำรวจตนเป็นประจำ

(เข้าใจไหม)





ศิษย์รักเอ๋ย...

งานประชุมธรรมสามโลกสะเทือนทั่วทั้งฟ้าดิน ศิษย์พึงรู้รักษาพุทธระเบียบ ให้สงบราบรื่น พึงรู้ถนอมค่าเวลาฟ้าดิน ในยุคท้ายปลายกัป จับไม้พายมุ่งก้าวหน้า นำพาสาธุชนคนดีทั้งหลายขึ้นสู่ฝั่งพระนิพพานพร้อมหน้ากัน ด้วยบุญสัมพันธ์ของแต่ละชีวิต เกี่ยวโยงอีกหมื่นพันชีวิตทั่วทศทิศ จึงต้องรู้นำพาฉุดช่วย สานสายใยพุทธสัมพันธ์ เกี่ยวโยงกว้างขวางสุดประมาณ จึงนำพาฉุดช่วยเวไนยชนได้มากหลาย จึงบรรลุตามปณิธานที่ตั้งไว้ คิดอยากฉุดช่วย ก่อนอื่นต้องมาจากจิตเมตตาอันจริงแท้บริสุทธิ์ ด้วยจิตเมตตานั้น จะก่อเกิดพุทธรังสีกว้างใหญ่ส่องสว่างทั่วหมื่นพันโลกธาตุ ด้วยจิตกรุณาจึงนำหนุน สู่การส่งเสริมอุ้มชูอย่างจริงแท้ ให้ได้ก่อเกิดบุคลากรแห่งฟ้า สร้างสรรค์งานธรรมกิจ หมุนกงล้อธรรมจักรขับเคลื่อนไปมิสิ้นสุด เพียงวันนี้ ทั้งกายแลใจแห่งเจ้าผาสุกดี มีพลังธรรมอันโชติช่วงมิขาดหาย ย่อมดำเนินปณิธานให้สำเร็จดั่งใจหวัง



เพียงเจ้ามี จิตศรัทธาเสมอต้นปลาย ย่อมนำพาสู่จุดหมายได้แน่นอน

เพียงเจ้ามี ปัญญาธรรมสว่างใสพบอุปสรรคทดสอบใด ย่อมกระจ่างแจ้ง ผ่านได้ตลอด

เพียงเจ้ามี จิตเที่ยงธรรมภายในใจ ย่อมอนุเคราะห์มวลเวไนยได้ตรงทาง

หวังเจ้าเป็น จี้กงน้อยในยุคขาวก้าวตามอย่างอาจารย์ จะดีไหม?



ศิษย์รักเอ๋ย...

ถนอมค่าวันเวลา นำพาสาธุชนสู่จุดหมาย คืนฝั่งแดนพระนิพพาน พร้อมหน้ากัน อาจารย์คอยเจ้าร่วมสราญ ณ หนันผิงซัน อิสรเสรีไร้ทุกข์หมองข้องจิต ด้วยวันนี้ศิษย์รู้วางปลงได้ บำเพ็ญจริง ฉุดช่วยเวไนย ทั้งภายในภายนอกอย่างแท้จริง แลมิลืมสำรวจตนทุกขณะ รู้สำนึก รู้ตอบแทน รู้ดำเนินธรรมกิจ สร้างบุญกุศลคลายหนี้กรรม รู้บรรลุในปณิธานแห่งตน มรรคผลสมบูรณ์ชาตินี้เอย

กราบลา

ฮา ฮา ถอย

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ พุทธสถานตระกูลคุ้มภัยเพื่อน จ.ประจวบคีรีขันธ์

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระโอวาทอรหันต์จี้กงวิปลาส

ประทานไว้ เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ พุทธสถานตระกูลคุ้มภัยเพื่อน จ.ประจวบคีรีขันธ์

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ



ท่ามกลางอุปสรรคพบพันหมื่นครั้ง หวังศิษย์รักเอาอย่างดอกเหมยหนา

อากาศหนาวเย็นยิ่งสะพรั่งบานนา กำลังใจฮึดสู้ฝ่าทุกข์นั้นไป

คำนึงถึงศิษย์ยามใดห่วงใยนัก กี่คนบ้างที่ลำบากธรรมเบิกสร้าง

กี่คนบ้างที่เดินหลงผิดทิศทาง กี่คนบ้างแจ้งกระจ่างในธรรมแท้

เราคือ

อรหันต์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมกายเคียมคัล

องค์มารดา แล้ว ถามศิษย์รักทุกคนสุขสบายดีไหม

น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา

บุกเบิกสร้างสรรค์ชีวิตอันผาสุก ที่สุดคือบุญวาสนา

บำเพ็ญปฏิบัติธรรมไม่ลังเลหรือหวั่นไหว ที่สุดคือเท้าเหยียบดินยืนหยัดมั่นคง

สามารถรับผิดชอบต่อหน้าที่ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ที่สุดคือสัตยธรรม

บาปเวรกรรมสามารถไกล่เกลี่ยสลายได้ ที่สุดคือบุญกุศลกลมกลืน

สุดใจลงเรี่ยวลงแรงทุ่มเท ที่สุดคือเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในธรรมกิจแห่งพุทธะ

มีเมตตาธรรมคัดเลือกปราชญ์เมธีสำเร็จผล ที่สุดคือวีรอาจหาญกล้า

ถนอมรักษ์ชีวิต ที่สุดคือคุณค่าอันสูงส่ง

สู่โลกมหาเอกภาพ ที่สุดคืออุดมการณ์ปณิธาน

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่หนึ่ง ยิ่งบำเพ็ญชีวิตยิ่งผาสุกราบรื่น

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่สอง เผยแผ่ธรรมสู่เวไนยได้รุ่งเรืองกว้างไพศาล

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่สาม ฉุดช่วยชาวโลกเมตตารักสามัคคี

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่สี่ จงรักชาติ ถนอมรักษ์เบญจธัญชาติอย่างสมบูรณ์

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่ห้า กอปรความดี ห่างจากการแก่งแย่ง กดขี่ข่มเหง



ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่หก รักษาพุทธระเบียบบำเพ็ญตนให้งามสง่า

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่เจ็ด ครอบครัวปรองดองอยู่กันพร้อมหน้า

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่แปด ชะล้างกิเลสเวรกรรมก่อนอื่น อุปสรรค โรคภัยจึงบางเบา

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่เก้า นำพาผู้ร่วมบำเพ็ญปฏิบัติธรรมอย่างสุดกำลัง

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่สิบ บรรลุอริยมรรคร่วมกันในกาลข้างหน้า

เข้าใจไหม

ศิษย์รักเอ๋ย.....

โลกยุ่งเหยิงถึงเพียงนี้ เจ้าจะไม่ประสีประสาได้อย่างไร จะไม่แกร่งกล้า บำเพ็ญธรรมได้อย่างไร อาจารย์ติดตามเคียงบ่าไหล่ ตลอดมา เฉกเช่นเงาที่ทอดยาวขึ้นตามดวงตะวัน





ศิษยรักเอ๋ย.....ศิษย์รักเอ๋ย.....ศิษย์รักเอ๋ย.....

จิตเวไนยยิ่งตกต่ำ ดุจท้องฟ้าที่มืดมิด ดุจจักรวาลที่ไร้แสงสว่าง เจ้าจะยังสนุกเพลิดเพลินเสพสุข อีกถึงเพียงไหน จงพินิจชีวิตตนในชาตินี้ ลิ้มรสชาติของความขมหวาน ได้ชื่นบานหรือยัง เคยชินบ้างหรือยัง แต่เหตุใดชีวิตยังมิรู้จักพอประมาณ จงพินิจพิจารณาให้จงดี อยากพบแดนอันสงบสุขในชีวิตนี้ แต่ทว่ามิยอมปล่อยวาง หรือจะพบตนที่แท้จริง วันนี้ได้มีบุญสัมพันธ์นับเป็นวาสนา ศิษย์ของอาจารย์พึงตระหนักให้ดี ดี หลักธรรมที่สดับ ได้ชี้นำพาอะไร ให้แด่ชีวิตศิษย์รักบ้าง ได้ชี้นำไตรรัตน์อันประเสริฐสุด ขอย้อนส่องตนพินิจคัมภีร์แห่งจิต มิได้ค้นหาที่ภายนอก หรือเปลือกนอก ฤๅรูปลักษณ์ ฤๅวัตถุ แต่ค้นหาที่จิตของตน ว่าหมั่นย้อนมองส่องเพียงใด ในชีวิตประจำวัน ต้องตั้งใจให้ดี ที่จะประพฤติทำความดี มิต้องกลัวว่าจะทำมิได้ชนะ ขอเพียงรู้จักชนะจิตใจตน ยิ่งกว่าชนะผู้อื่น หรือสิ่งทั้งหลาย

เข้าใจไหม

ศิษยรักเอ๋ย.....ศิษย์เอ๋ย.....

เจ้าจงบำเพ็ญตามปฏิปทาพระพุทธะพระโพธิ์สัตว์ อาจารย์นั้นร่วมเดินข้ามพ้นทุกกาลฤดูกับศิษย์รัก ขอเจ้าตั้งมั่นตั้งใจ อาจารย์เชื่อมั่นว่า ศิษย์ทุกคนเป็นอย่างพุทธะได้ไม่ยากเกิน.....คือพุทธะเดินดิน แผ่จิตเมตตา ภาวนาความสุขให้ทุกชีวิตได้ร่มเย็น อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ขอศิษย์รักนำพาธรรม และจิตศรัทธานี้ฉุดช่วย นั้นเป็นพอ

กราบลา



ฮา ฮา

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง ณ สถานธรรมไท่หยู 17/06/50

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระโอวาทสงฆ์จี้กงอนุเคราะห์ชาวโลก

ประทานเนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2550

ณ พุทธสถานไท่หยู ตำบลเมืองพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ





ด้วยแรงใจแลความหวังกระทำสิ่ง จึงก่อเกิดผลแท้จริงให้พบได้

ด้วยศิษย์รักประจักษ์ค่าบำเพ็ญไซร้ มรรคผลนั้นย่อมยิ่งใหญ่สนองคืน

เราคือ

สงฆ์จี้กงอนุเคราะห์ชาวโลก รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถานไท่หยู น้อมเคียมคัล ต่อหน้า

องค์มารดา แล้ว ถามศิษย์น้อยทั้งหลายสุขสบายดีไหม

น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา

กาลยุคสามฟ้าประทานธรรมาสู่ รู้เวลารู้ค่าชีวิตนี้

บำเพ็ญธรรมบำเพ็ญจิตสู่ชีวี รู้พายดรีธรรมฟ้าหวนคืนแดน

ด้วยบุญญาสัมพันธ์หยั่งลึกซึ้ง ศิษย์อาจารย์ตราตรึงมิคลายหนา

หนึ่งใจมอบตรงต่อเบื้องบนนา อุทิศชีวาบำเพ็ญปฏิบัติธรรม

การฉุดช่วยมวลเวไนยทางกว้างใหญ่ วิธีมากมายอยู่ที่ศิษย์จะเลือกใช้

สิ่งสำคัญควรรู้ภายในใจ ให้มีธรรมเที่ยงตรงไว้คู่ฟ้าดิน

นำคุณธรรมในจิตสำแดงกว้าง มิอ้างว้างเดียวดายลำพังหนา

นำเมตตาความรักโอบอุ้มประชา จึงนำพาสาธุชนได้มากมาย

เมื่อศิษย์รักได้บำเพ็ญปฏิบัติ จึงรู้ค่าธรรมวิรัชสว่างใส

ด้วยรู้สงบกลางตนพบแยบคาย ในสิ่งใดจึงรู้ได้เท่าทัน

แม้พบเจอปัญหาอุปสรรค เพียงตระหนักจิตธรรมมิเหหัน

นำชีวิตก้าวเดินอย่างมุ่งมั่น นำสองมือสร้างสรรค์ในสิ่งดี

ศิษย์รักแห่งอาจารย์ทุกคนหนา กลางโลกามีทุกข์สุขประดังอยู่

ทุกสภาวะล้วนเกิดจากใจตนรู้ พินิจดูกลางบรรพตรู้จิตตน

ในวันนี้ประชุมธรรมงานสามโลก ร่วมพร้อมหน้าจิตวิโมกข์สื่อถึงฟ้า

บรรพชนร่วมฟังธรรมขอรู้นา จงตั้งใจใช้เวลาเกิดค่าคุณ

ให้เข้าใจในหลักธรรมอันจริงแท้ ให้พ้นจากกระแสอารมณ์ร้าย

ให้รู้สงบวันนี้มิวุ่นวาย ให้ศิษย์รักได้สัมผัสคุณานุคุณ

วันนี้รู้ตั้งใจจริงทุกสิ่งอย่าง กลางหนทางอันกว้างใหญ่รุดเดินหน้า

อาจารย์คอยเป็นแรงใจทุกเวลา เพียงพวกเจ้าเดินทางฟ้าให้ถึงชัย

ควรรู้ในหน้าที่ตนตั้งใจทำ เป็นแบบอย่างรุ่นหลังนำประพฤติหนา

ธรรมโอบอุ้มผู้ทุกข์ยากคืนสุขนา งานแห่งฟ้าสร้างกุศลรุดกระทำ

แม้ว่าจะหน้าที่ใดล้วนสำคัญ ศิษย์รู้นำความตั้งใจกระทำผล

งานสูงต่ำล้วนสำคัญอยู่ที่ตน ศิษย์รู้ดลให้เต็มที่ผลงดงาม

อยู่ร่วมกันต้องรู้รักปรองดอง จิตหนึ่งไม่มีสองคล้องใจฟ้า

รู้อภัยมอบให้จากใจนา รู้รักษาบุญสัมพันธ์ต่อกันเอย

ศิษย์รักรู้กาลเวลามิเคยรอ มัววอนขอให้สมหวังค่อยเดินก้าว

ฤาจะทันเวลาในยุคขาว หนี้กรมเจ้าบรรเทาแล้วหรือไร

หากมิรู้สร้างบุญกุศลส่ง เจตจำนงปณิธานกลับลืมสิ้น

ใจแห่งฟ้านับวันยิ่งผกผิน แล้วชีวินจะเหลือใดให้ก้าวไป

จึงควรรู้ปณิธานแห่งตนก่อน นำสรรสร้างความบวรก่อเกิดหนา

จึงควรรู้มั่นคงในศรัทธา รู้เวลารู้ค่าชีวิตตน

การเกิดแก่เจ็บตายอนิจจัง มิถูกขังอยู่ในวัฏสงสาร

หลุดพ้นกรงด้วยแจ้งธรรมญาณ บำเพ็ญผ่านโลกาคืนฟ้าเดิม

ศิษย์รักรู้ทุกข์หนึ่งครั้งสุขนิรันดร์ ชีวิตนั้นผ่านอุปสรรคใจเข้มแข็ง

การบำเพ็ญผ่านเคี่ยวหลอมจึงกล้าแกร่ง ทุ่มเทแรงในวันนี้จึงดีนา

ศิษย์อาจารย์ร่วมงานฟ้าปรกโปรด ภาระหนักสามโลกร่วมฉุดช่วย

เพียงแรงใจแลความหวังร่วมอำนวย นำพาเราจิตสำรวยร่วมเปรมปรีดิ์

ทำงานฟ้ายิ่งทำยิ่งผาสุก กล่าวธรรมะยิ่งกล่าวยิ่งลึกล้ำ

บำเพ็ญธรรมยิ่งกระจ่างถึงหลักธรรม ในวันนี้รู้น้อมนำความตั้งใจ

ก่อนจะจากฝากคำถึงศิษย์ทั้งหลาย ให้ตั้งใจมั่นคงอดทนพร้อม

ศิษย์จี้กงบำเพ็ญธรรมยอมหล่อหลอม รู้อ่อนน้อมสำนึกคุณฟ้าอุ้มชู

พายเรือธรรมให้ไปถึงฝั่งนิพพาน ร้อยใจร่วมผสานช่วยงานฟ้า

ทุกหน้าที่รู้ค่าหนาศิษยา มิต่อว่าสิ่งใดใดตั้งใจทำ

กราบลา

ฮา ฮา ถอย

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง ในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ ฉงเต๋อฝอเอวี้ยน จ.นครปฐม

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์

พระโอวาทพระอรหันต์จี้กงวิปลาส
ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ ฉงเต๋อฝอเอวี้ยน จ.นครปฐม
วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2553
 
ประจักษ์ผลยิ่งในสี่ดีสามมาก ชัดเจนหลักครรลองพุทธระเบียบ

ยิ่งบำเพ็ญธรรมเจริญใจราบเรียบ มิอาจเปรียบวัดได้ธรรมยิ่งใหญ่
เอกธรรมหนึ่งเดียวคืนสู่ต้นธาร คืนสู่ฐานอริยะเดิมหนา
หมื่นธรรมขันธ์คืนกลับหนึ่งเดียวนา เจิดจรัสญาณปัญญานิรันดร์เอย
เราคือ
พระอรหันต์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก
พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่ฉงเต๋อฝอเอวี้ยนน้อมกายเคียมคัล
องค์ชคัตตรยาพดง ถามศิษย์รักทุกคน สุขสบายดีไหม
น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา

สายทองสืบส่งอนุตตรธรรม ต่อเนื่องมาพงศาธรรมจากฟ้า
ยุคเขียวถึงยุคแดงองค์สัมมา หวนสู่บูรพาปฐมธรรมจารย์
วิถีแห่งจิตปฏิรูปปรกโปรด ในสามโลกเฉพาะกาลยุคขาวนี้
เต้าเจินหลี่เจินเทียนมิ่งเจินมี เข้าใจชัดเจนธรรมที่บำเพ็ญ
ไม่นอกรีตไม่ผิดต่อสายทองญาณ เคารพบรรพจารย์เทิดทูนธรรมะ
เห็นธรรมส่งเสริมธรรมสำแดงคุณา เมตตากรุณามุทิตาอุเบกขา
ฉงเต๋อสืบสานยั่งยืนให้ยิ่งมา เจริญรุ่งเรืองธรรมกิจไม่หยุดนิ่ง
สายทองยืนยันพระโองการฟ้าจริง ประจักษ์ผลยิ่งเอกธรรมหนึ่งเดียว

ศิษย์รักเอ๋ย...

หวังว่าจะเข้าใจในความหมายแห่งพระโอวาท ธรรมะที่ได้รับสูงส่งแท้ ผู้นำปฏิบัติ จะต้องนำแปรเปลี่ยนชีวิตตน สู่ดีงามให้จงได้ เจ้าศึกษาธรรมบำเพ็ญ จิตญาณ ต้องรู้ชัดเจนหลักบำเพ็ญธรรม แม้ชีวิตของเจ้านั้น จะเป็นผู้ทำบุญสุนทาน จะเป็นผู้มีน้ำใจเผื่อแผ่ แต่เหตุใดจิตใจยังมีความทุกข์บ้างสุขบ้าง ยังมีความหยิ่งทะนงโอ้อวด ในลาภยศชื่อเสียง

การบำเพ็ญในกระแสธรรม ต้องรู้ตัดละวาง มิพึงแสวงผูกมัดใดพันธนาการอยู่อย่างนี้ การบำเพ็ญในยุคขาว สายทอง สายธรรมจากหนึ่งจุดชี้ คือ ธาตุแท้ธรรมญาณ นำบำเพ็ญเข้าถึงสู่ความดีงาม ประจักษ์ถึงธรรมจริง หลักธรรมจริง พระโองการฟ้าจริง ธรรมเจริญรุ่งเรือง ทั่วสี่คาบมหาสมุทร

แปรเปลี่ยนหนึ่งจิตใจ...สู่ชีวิตดีงาม
แปรเปลี่ยนหนึ่งครัวเรือน...สู่ครอบครัวอันผาสุก
...สู่โลกเอกภาพ

เดินตามพระบรรพจารย์ ถูกต้องตามครรลองโดยแท้จริง หวังว่าเจ้าจะเดินตามปฏิปทาได้อย่างชัดเจน เข้าใจถึงความหมายอนุตตรที่ฟ้าเบื้องบนเบิกจุดให้ จากนาทีนี้ สร้างกุศลจิต ละอกุศล ลดละกรรมปาก มิสร้างกรรมผูกพัน ลดละ กรรมบาป หยุดนินทาว่าร้าย ชะล้างความเข้าใจผิด ชะล้างจิตที่ผูกแค้นเคือง สายตามองให้ไกล มีสายตาให้กว้างใหญ่ดังพุทธะพระโพธิสัตว์

การจะบำเพ็ญสำเร็จมรรคผลนั้น คุณธรรมความดีงาม ต้องนำพาเป็นพื้นฐาน จะพบพระพุทธะได้ ต้องพบจิตเดิมแท้ในตนก่อน ตนนั้นจะต้องเสียสละก่อน ให้หลักธรรมต่อตัวเองและผู้อื่น เมื่อตนเข้าใจเกิดศรัทธากระจ่าง ถึงการให้ทานทั้งสาม จะนำพาผู้อื่นนั้นย่อมกลมกลืน
อาจารย์หวังว่าคำที่กล่าวมา ศิษย์นำไปทบทวนพิเคราะห์จริง อย่าฟังแล้วให้ผ่านหู อย่าดูแล้วไม่จดจำ ทุกถ้อยคำฝากให้ศิษย์นั้น เพราะความห่วงใยที่มีต่อศิษย์
เห็นหลายคน...รับธรรมะมาหลายปี
แต่มิคิดจะศึกษาธรรม บำเพ็ญธรรม
เห็นหลายคน...มาสิบกว่าปีแล้ว
ยังอยู่อย่างนั้น จะได้ฤๅ
เห็นหลายคน...พึ่งรับธรรมะ
แต่พลังศรัทธาพร้อมที่จะออกบำเพ็ญ
คำกล่าวนี้ หวังศิษย์รักจะทบทวนซึ่งตนเอง
เข้าใจไหม

กราบลา

ฮา ฮา ถอย

Monday

การประชุมธรรมชั้นบุคลากร อาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2551 ณ พุทธสถานตุนเต๋อ อ. ละแม จ. ชุมพร

“ศิษย์รักเอ๋ย..สำรวมในหน้าที่แล้วหรือยัง ?
ศิษย์รักเอ๋ย..หล่อเลี้ยงพุทธจิตแล้วหรือยัง ?
ศิษย์รักเอ๋ย..จิตนอบน้อมบังเกิดแล้วหรือยัง ?
ศิษย์รักเอ๋ย..จิตเมตตาช่วยผู้อื่นมีแล้วหรือยัง ?”
 
เราคือ
              สงฆ์จี้กงแห่งซีหู
องค์ไอศวรผู้เมตตา
องค์ธเนศตรีศวรน้อมรับวโรงการจาก
ลงสู่พุทธสถานอันสง่า  แล้วเคียมคัล
ถามศิษย์รักทุกคน  ขณะนี้บังเกิดจิตอะไรบ้าง ?

ก็ อยากดูแล เจ้ามากกว่านี้เหลือเกิน   จิตธรรมห่างเหิน  จนเพ้อลืมเลือนหน้าที่    เมื่อถูกสอบใจให้มารเคี่ยวขับ    ยากจะแบกรับเคี่ยวกรำสักที     กายใจเริ่มอ่อนโรยแรง  ใครหนาจะมาเห็นใจ  ห่วงศิษย์คนดี   ภาระหน้าที่   อย่าทิ้งไป   อาจารย์ห่วงใย   ดั่งพ่อที่คอยเคียงข้าง   ขอจิตใจธรรมมั่นคงแข็งแกร่ง   สู้กับพายุที่คอยสาดใจ ทำสุดใจธรรมที่มี   ไม่ต้องสนใจคำกล่าวหา 
       
         *  ใจที่ไม่ใช่ธรรม  คือมารที่คอยขับเคี่ยว  เหนื่อยก็รู้  ทุกข์ก็เข้าใจ  แต่ไม่อาจบรรยายให้ใคร   ใจที่ไม่ใช่ธรรม คือมารที่คอยขับเคี่ยว  หน้าที่ต่างฐานะกัน   มุ่งเดินก้าวถึงเส้นชัย  ภาระช่วยแบกมอบไว้  ไม่มีใครทำแทนกันได้
          คอยอยู่ เคียงใจ เพื่อช่วยหนุนนำสำรอง  ขอศิษย์อย่าหมอง ยามท้อแปรใจธรรมง่าย เมื่อศิษย์บำเพ็ญข้ามพรหมลิขิต ก็อย่าได้คิดมากจนวุ่นวาย  ต้องมองตนว่าเราคือใครเคี่ยวขับหลอมใจได้เป็นพุทธา ( ซ้ำ * /__ )

 เวลา มีการประชุม ถ้ามีคนตาม เราก็มา ถ้าไม่มีใครตามเราก็ไม่มา  มีใครคิดที่จะโทรศัพท์ไปถามบ้างว่ามีชั้นประชุมอะไรบ้าง  หรือมีแต่ให้อาจารย์ตามเราอย่างเดียว  ถ้าไม่คนคอยปลุก เราก็จะไม่เดินใช่หรือไม่   ถ้าอาจารย์ไม่มาเราจะมาทำไม ใช่หรือไม่  อาจารย์ก็ส่วนอาจารย์  ใครกินใครก็อิ่ม  อาจารย์กิน อาจารย์ทำ อาจารย์ก็อิ่มเอง  แล้วเราล่ะในแต่ละวัน เราไม่คิดจะทำกันบ้างหรือ  (คิดค่ะ)  มีแต่คิดอย่างเดียว  คิดอยู่ที่ไหนล่ะ  คิดอยู่กับบ้าน บ้านของเราสวยงาม อยู่แล้วสบายใจใช่หรือไม่ คิดจะทำอะไรก็ได้  แล้วบ้านที่ยิ่งใหญ่ของเราล่ะ เราได้ทิ้งบ้านเดิมหรือไม่  จะมีใครสักกี่คนที่จำบ้านเดิมที่อยู่เบื้องบนได้   ถ้าไม่มีเหตุเดือดร้อนอันใด  เราก็จะไม่คิดถึงบ้านเดิม   เป็นอย่างนั้นไหม
        ทุกคนล้วนมีภาระหน้าที่ของตนเอง อาจารย์ก็มีภาระหน้าที่ของอาจารย์  ภาระหน้าที่ของอาจารย์คืออะไรล่ะ (ฉุดช่วยเวไนยและฉุดช่วยตัวเอง)  แน่ใจไหมว่าฉุดช่วยตัวเอง  ภาระหน้าที่ของอาจารย์ใหญ่ไหม (ใหญ่)     ภาระหน้าที่ของอาจารย์นั้นสูงไหม (สูง)    น่ากลัวไหม (น่ากลัว)     ยิ่งสูงก็ยิ่ง น่ากลัว  เราเป็นอาจารย์เป็นแบบอย่างที่ดีได้อย่างไร  เราเคยคิดบ้างไหม
อ่านสี่บรรทัดบนกระดานพร้อมกัน
          
            “ศิษย์รักเอ๋ย..สำรวมในหน้าที่แล้วหรือยัง ?
            ศิษย์รักเอ๋ย..หล่อเลี้ยงพุทธจิตแล้วหรือยัง ?
            ศิษย์รักเอ๋ย..จิตนอบน้อมบังเกิดแล้วหรือยัง ?
            ศิษย์รักเอ๋ย..จิตเมตตาช่วยผู้อื่นมีแล้วหรือยัง ?”
“ศิษย์รักเอ๋ย..สำรวมในหน้าที่แล้วหรือยัง ?”
           สิ่งเหล่านี้มีกันแล้วหรือยัง  เราได้สำรวมในหน้าที่ของตนหรือไม่     หรือว่าเรานั้นไปก้าวก่ายหน้าที่ของคนอื่น  ไม่ว่าจะด้านกาย วาจา ใจ  เราได้สำรวมกันแล้วหรือยัง  รู้ถึงภาระหน้าที่ของตนว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่
“ศิษย์รักเอ๋ย..หล่อเลี้ยงพุทธจิตแล้วหรือยัง ?”
            จิตของเราหล่อเลี้ยงด้วยอะไรล่ะ หล่อเลี้ยงด้วยเงินทองไหม  (ไม่ใช่)  ใช้อะไรมาหล่อเลี้ยงล่ะ (ธรรมะ)  แน่ใจหรือไม่ว่า  ศิษย์นั้นใช้ธรรมะมาหล่อเลี้ยงแล้ว  แน่ใจไหม   (กำลังหล่อเลี้ยงอยู่) อาจารย์ก็ตอบได้ว่ากำลังหล่อเลี้ยงอยู่  อาจารย์ก็กำลังหล่อเลี้ยงศิษย์อยู่เหมือนกัน     แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อหล่อเลี้ยงแล้ว จิตญาณของศิษย์นั้นจะตื่นเมื่อไหร่
“ศิษย์รักเอ๋ย..จิตนอบน้อมบังเกิดแล้วหรือยัง ?”
          จิตที่นอบน้อมมีกันบ้างไหม  (มี)  แน่ใจหรือว่ามี จิตที่นอบน้อม  นอบน้อมอย่างไรล่ะ  จะแสดงออกมาอย่างไร ว่าจิตนอบน้อมของเราบังเกิดแล้ว จะแสดงด้วยวิธีไหนล่ะ เราต้องลงมือปฏิบัติและกระทำด้วยตัวของเราเอง  เราจะปฏิบัติได้นอบน้อมเพียงใด ใครจะเป็นผู้ตัดสินล่ะ  (ตัวเราเอง)  ตัวเราเองไม่สามารถตัดสินได้  บุคคลภายนอกจะเป็นตัวตัดสินตัวเราเอง ใช่หรือไม่  บังเกิดแล้ว บังเกิดอยู่ในจิต ยังไม่ได้แสดงออกมาใช่หรือไม่
“ศิษย์รักเอ๋ย..จิตเมตตาช่วยผู้อื่นมีแล้วหรือยัง ?”
           จิตเมตตามีกันทุกคนไหม  จิตเมตตามีกันทุกคน  ก่อนอื่นต้องเมตตาใครล่ะ (เมตตาตัวเอง)  ยิ่งเมตตาตัวเองเท่าไรจะเป็นการดีไหม  เรามีจิตเมตตากับคนรอบ ๆ ข้างบ้างไหม  กับคนในครอบครัวของเรา เราเคยคิดที่จะช่วยหรือไม่  ต้องเริ่มจากภายในครอบครัวของเราก่อน  เราทำอยู่คนเดียว คนในครอบครัวเราไม่เข้าใจเราเลย เป็นอย่างนั้นไหม  เราต้องฉุดช่วยคนในครอบครัวของเราหรือไม่  (ช่วย)  ช่วยอย่างไรล่ะ (ช่วยให้รู้ตื่น)  ใช่ ช่วยให้รู้ตื่น โดยใช้หลักธรรม  ไม่ใช่ช่วยโดยการใช้ทรัพย์สินเงินทอง  เราเมตตาโดยการให้เขาใช้จ่ายอย่างสบาย แต่เราไม่ได้ให้อาหารทางใจกับเขาเลย  ให้แต่อาหารทางกายเป็นอย่างนั้นไหม  เช่นนี้เรามีความผิดบาปหรือไม่
           แล้วศิษย์รักล่ะบังเกิดจิตนั้นแล้วหรือยัง  บางคนก็บังเกิด บางคนก็ไม่บังเกิด  อาจารย์จะปลุกอย่างไรล่ะปลุกอย่างไรก็ปลุกไม่ตื่นเพราะอะไรล่ะ  (กิเลสหนา)      ขึ้นอยู่กับตัวของแต่ละคน ใช่หรือไม่  อาจารย์มาแต่ละครั้ง มาแค่มากล่าวมาเตือนเราเท่านั้นเอง  ส่วนที่เหลือจะต้องอาศัยตัวของศิษย์นั้นลงมือปฎิบัติด้วยตัวเอง  สถานที่ได้อำนวยความสะดวกแก่เราไหม (อำนวย)  แต่เราล่ะเคยแบ่งเวลาให้กับตัวเองบ้างหรือไม่  แบ่งเวลากันเป็นไหม
(พระอาจารย์เมตตาให้อ่านเนื้อเพลงในกระดาน)
             จิตธรรมเราห่างเหินจนเราลืมหน้าที่ของตนใช่หรือไม่  เพ้อไปในทางไหนล่ะ เพ้อไปในทางโลก เพ้อไปนานไหม ดังนั้นเราต้องรู้หน้าที่ของตน ว่าเรานั้นคือบุคลากร  แม้ว่าบุคลากรจะมีหน้าที่ต่างฐานะกัน  แต่เป้าหมายที่เราจะเดินคือนิพพานนั้นเหมือนกันไหม ที่เดียวกันไหม (ที่เดียวกัน) แต่อยู่ที่เราจะไปหรือไม่  นิพพานทุกคนไปได้  แต่อยู่ที่ว่าเรานั้นจะเลือกที่จะไปหรือไม่เท่านั้นเอง

             ฉะนั้นในวันนี้เรามาในชั้นบุคลากรเราจะอยู่กับที่ที่นั้นที่เดียวหรือไม่เรา ดูอย่างกระแสน้ำ มันจะไหลไปเรื่อย ๆ ใช่ไหม  สถานที่แห่งใดที่มีน้ำขังเอ่อล้นอยู่ตลอดเวลา จะทำให้น้ำเน่าเหม็น  เปรียบเสมือนกับเราในวันนี้ เราเป็นบุคลากรที่ยืนอยู่กับที่ไหม  เราเคยตักน้ำที่อยู่กับที่นั้นออกมาแล้วหรือยังหรือเราคิดว่าน้ำที่อยู่นั้น มันดีอยู่แล้ว  ภาระหน้าที่ที่เราทำอยู่ในปัจจุบันนั้นมันดีอยู่แล้ว ไม่ต้องก้าวหน้า  เคยที่จะเอาสิ่งใหม่ ๆ  เติมเข้าไปให้กับมันหรือไม่  ที่เราทำอยู่นั้นมันดีอยู่แล้วเราไม่ต้องก้าวหน้าและไม่ต้องถอยหลังเป็น อย่างนั้นไหม คิดว่าน้ำที่อยู่ในนั้นมันมีกลิ่นหอมอยู่แล้วหรือหน้าที่ที่เราทำอยู่นั้น มันดีอยู่แล้ว เคยคิดเอาสิ่งดีๆ เข้ามาไหม อยากเติมไหม (อยากเติม) อยู่ที่ใครละ(ตัวเรา) ก็อยู่ที่ตัวของเราว่าจะเปลี่ยนน้ำนั้นอย่างไร กระแสน้ำ มันไหลไปเรื่อย ๆ มันจะมีน้ำที่ใหม่เข้ามาตลอด  ส่วนน้ำที่อยู่กับที่ มันจะเน่าเหม็น เรานั้นจะเป็นแอ่งน้ำที่เน่าเหม็นหรือเป็นน้ำที่ไหลอยู่ตลอดเวลา (เป็นแม่น้ำที่ไหลอยู่ตลอดเวลา)   เราจะต้องเป็นแม่น้ำที่ไหลอยู่ตลอดเวลา เพื่อใครละ (เพื่อตัวเอง) เพื่อตัวของเราเองใช่ไหม ใครที่อยากเป็นแอ่งน้ำที่เน่าเหม็น      ไม่มีความก้าวหน้าบ้าง     ไม่มีใครอยากเป็นใช่หรือไม่
            เราต้องระวังอารมณ์ของตัวเอง เพราะมันจะทำให้เราเป็นอยู่อย่างนั้นเข้าใจหรือไม่ เราก็ต้องระมัดระวังใจของเราเอง    อย่าให้ใจของเราบูดแล้วก็เน่ายิ่งกว่าน้ำ     เป็นหรือไม่(ไม่เป็น)     ในขณะนี้ก็พูดได้ว่าไม่เป็น แต่พออยู่ไปนาน ๆ ไม่ใช่แค่เน่า แต่ส่งกลิ่นเหม็นเลย  ส่งกลิ่นเหม็นแล้วอะไรเสียหาย  (ตัวเราเอง) ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนน้ำที่ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา น้ำที่ไม่ดีเราต้องตักออก(ถ่ายเลือด)
ถ่ายเลือดอะไร เลือดที่ไม่ดีไหม (ใช่ค่ะ)  ถ่ายเลือดที่ไม่ดีออกจากตัวเราไปบ้างใช่หรือไม่ (ใช่)  ไม่ต้องมองคนเดียว ทุก ๆ คนก็เหมือนกัน สิ่งที่ไม่ดีเอาออกไปดีไหม (ดี) เอาแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาใหม่
           ฉะนั้นจะให้ชื่อเพลงอะไรละ (ภาระหน้าที่ทำแทนไม่ได้)  ตัวเรามีภาระหน้าที่หรือไม่  (มี) ภาระหน้าที่ของเราคืออะไร (ถันจู่)   อยู่กับที่ใช่หรือเปล่า       จะเป็นแอ่งน้ำเน่าเหม็นนั้นไหม    เมื่อไหร่จะเทออก (เร็วๆนี้) ให้คำมั่นสัญญาได้ไหมว่า  เรานั้นจะรู้หน้าที่ของตน  อาจารย์ก็ไม่สามารถช่วยได้อีก  ถ้าหากว่าเราทำต่อไป  ดังนั้นด้วยภาระหน้าที่ของเรา  เราต้องรู้ตื่นด้วยตัวของเราเอง ถ้ายังอู้อยู่กับที่ก็แล้วไป จะให้ใครนั้นอ้อนอยู่กับที่ วอนอยู่กับที่ก็แล้วไป   ถ้าไม่คิดที่จะก้าวออกจากตรงนั้น  
           ฉะนั้นเราเป็นบุคลากรจะต้องรู้ถึงภาระหน้าที่ของตัวเราเอง  ไม่ใช่อาจารย์ชี้ครั้งหนึ่ง เราตื่นครั้งหนึ่ง ถ้าไม่มีอาจารย์เราทำยังไงละ เราจะต้องตื่นอยู่ตลอดเวลาและจะต้องรู้ถึงหน้าที่ของตัวเราเอง ดังนั้นจะให้เพลงนี้ชื่อว่าอะไรดี “ภาระหน้าที่ทำแทนไม่ได้” ภาระหน้าที่ของตนก็ต้องทำด้วยตัวของตน อย่าได้เกี่ยงกัน
กราบลา
องค์มารดาผู้เมตตา  ขอให้ศิษย์รักจงระลึกถึงหน้าที่ของตนและเปลี่ยนแอ่งน้ำที่อยู่ในใจของตน
เป็นแอ่งน้ำที่ใหม่   กลับสู่ผิงซัน

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง ประชุมธรรม 2 วัน ณ ไท่จง กรุงเทพฯ วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2552

ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ ไท่จง กรุงเทพฯ
วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2552
สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ
จากวันแรกก้าวเข้าสู่ธรรมสถาน อาจารย์ได้รับประกันหนี้เวรให้
หวังศิษย์รักศึกษาธรรมมิเหนื่อยหน่าย ปณิธานสิบข้อได้เจริญจริง
หากมิตั้งในปณิธานนั้น จะได้ขึ้นบันไดสวรรค์ยากยิ่ง
สู่ประตูพุทธะได้สัจจาจริง เกิดปาฏิหาริย์ญาณสงบนิ่งในตน เราคือ
สงฆ์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก
พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่โลกา น้อมกายเคียมคัล
องค์มารดาแล้ว ถามศิษย์รักทุกคนสุขสบายดีไหม
น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง
ฮา ฮา
ศิษย์รักเอ๋ย…
เจ้าทั้งหลายสับสนกันหรือเปล่า อาจารย์ยืนอยู่ข้างกายศิษย์ ขณะที่พระโพธิสัตว์กวนอินมาผูกสัมพันธ์ เจ้ายังต้อนรับแขกของอาจารย์อย่างขายหน้า ใช่หรือไม่ จะลงโทษอย่างไรดี เกิดเหตุการณ์อย่างนี้
เจ้าได้ข้อคิดถึงหลักธรรมไหม…
เจ้าได้ข้อคิดถึงกฎพุทธระเบียบไหม…
เจ้าได้ข้อคิดถึงการมีสติมีสมาธิไหม…
เจ้าได้ข้อคิดทบทวนถึงการบำเพ็ญธรรมพัฒนาไหม…
อาจารย์ตักเตือน เพราะเจ้าคือพุทธบุตรคนเดิม เพราะเจ้าคือตัวแทนแห่งอาจารย์ จากนี้ไปการบำเพ็ญธรรม บำเพ็ญจิต ขอให้ความสำคัญมากกว่านี้ แม้บำเพ็ญอยู่ท่ามกลางโลก ผู้คน วัตถุ สิ่งของ เจ้าจะต้องมีการสำรวจ ระมัดระวังกาย วาจา ใจตน อย่ากล่าวคำเพ้อเจ้อ หรือกล่าวคำที่กล่าวร้าย เพราะหากกล่าว จะติดเป็นนิสัยเคยชิน อุปนิสัยเคยชินของสัตว์โลกยากยิ่งนักจักปรับแก้ เพราะว่า…
มิยินดีที่จะปรับปรุง
มิยินยอมเพราะว่าตนถูกเสมอ
มิยินดีเพราะผู้อื่นนั้นผิดเสมอ
หากความนึกคิดเกิดขึ้นอย่างนี้จะทำอย่างไร ตรึกตรองดู ศิษย์ตรึกตรอง ความเกียจคร้านมากกว่าความขยันอดทน หากจะบำเพ็ญธรรมต้องมิเกียจคร้าน ต้องมีความอดทนพากเพียร มีความพากเพียรมุ่งมั่นตนไปข้างหน้า เมื่อเดินไปก้าวหน้าแล้ว จะต้องมั่นคง คำว่ามั่นคงคือ การไม่เปลี่ยนแปลงจิตศรัทธาเชื่อมั่นนี้ ดังนั้น หวังศิษย์ประชุมธรรมสองวันนี้ จะมั่นคงในศรัทธาแรกเริ่ม ดีไหม
น้อมจิตสงบแล้วนั่งลง
ศิษย์รักเอ๋ย…
ในชีวิตเจ้าทุกคน อาจารย์รู้ว่าทุกคนนั้นมีความจำเป็นที่แตกต่าง แต่ขอให้เสียสละเวลามาศึกษาธรรม เรียนรู้ความละเอียดแห่งพงศาธรรมและดำรงอยู่อย่างมั่นคง ธรรมะนั้นสดับฟังต่างเข้าใจดี เข้าใจเหตุผล เข้าใจต้นปลาย ความเข้าใจนี้ต้องอาศัยการเปิดใจอันบริสุทธิ์ มิเสแสร้งแฝงจิตอกุศล ขวางกั้นในความรู้ ความสามารถ พุทธะกล่าวว่า…
“ยิ่งอ่อนน้อมยิ่งก้าวหน้า ยิ่งอหังการยิ่งล้าหลัง”
เจ้าจะบำเพ็ญให้จิตใจตนเยี่ยงพุทธะ ต้องอ้อนน้อมถ่อมตน หมั่นย้อนมองถามตนเสมอ หากกระทำได้อย่างมิขัดฝืนจิตใจทั้งภายในและภายนอก จะปรากฏใบหน้าพุทธะ จิตใจโพธิสัตว์
เข้าใจไหม
ศิษย์รักเอ๋ย…
ก่อนอาจารย์จะอำลา บุคลากรทุกคนจับมือประสานมือ มองดูใบหน้าซึ่งกันและกัน มองหยั่งถึงจิตใจซึ่งกันและกัน มือที่ประสานมือกันอยู่นั้นกล่าวคำว่า “เราจะไม่ทิ้งกัน เราจะไม่ทิ้งกัน” เมื่อกล่าวแล้ว เราจะต้องจดจำไว้ มองมาที่โต๊ะบูชาพระ มองตะเกียงทั้งสามดวง สายทองจับต้องมิได้ พระโองการฟ้าจับต้องมิได้ ธรรมะจับต้องมิได้ ศิษย์จะแสดงออกอย่างไรดี
เตี่ยนฉวนซือ…
แสดงออกถึงพระโองการฟ้าอย่างไรดี
ทบทวนตรึกคิด
เจี่ยงซือ…
แสดงออกถึงธรรมะอย่างไรดี
ทบทวนตรึกคิด
บุคลากร…
แสดงออกถึงสายทองอย่างไรดี
ทบทวนตรึกคิด
เข้าใจไหม
ในทุกมุมมอง…มีความคิดเห็น
ในทุกความเห็น…มีความสอดคล้องเป็นหลักธรรม
ในทุกปัญหา…มีปมให้แก้
ในทุกคน…มีความยินดี
ในทุกความยินดี…มิเห็นแก่ตัว
ก้าวแรกที่เดินสู่ประตูธรรม จากนั้นศิษย์เดินก้าวที่สองสาม จนถึงวันนี้ ผ่านการทดสอบมากมาย ฝึกฝนจิตใจให้อุเบกขามากเท่าใด นี้คือการยินดียกระดับจิตใจตน
ส่งเสริมคนถูกหลักธรรม…จะไม่ผิดบาป
ส่งเสริมคนถูกใจตน…จะผิดบาป
ดังนั้นพลังธรรมะอันเที่ยงตรงของเจ้านั้นหายไปไหน มีอยู่ที่จิตใจหรือเปล่า การมีโอกาสได้พบหนึ่งชี้จุดจากพระวิสุทธิอาจารย์ เจ้ายังมีสิ่งแปลกปลอมก่อกวนจิตใจมิเว้นวายหรือ ธรรมะที่รู้ ไตรรัตน์ที่ได้รับ มินำพาให้พลังธรรมกลับคืนสู่จุดกลางสถิตญาณเดิมหรืออย่างไร สิ่งที่อาจารย์กล่าวมานี้เพื่อให้ศิษย์ได้คิดกลับ ก่อนที่การทดสอบจะเกิดขึ้นต่อเจ้าเอง ใช้เวลาศึกษาธรรมะ คัมภีร์ ให้มากมาก ใช้เวลาฉุดช่วยเวไนย เรียนรู้จิตเมตตาธรรม ใช้เวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ เรียนรู้คำว่าอุเบกขา มุทิตา
เข้าใจไหม
กราบลา
ฮา ฮา ถอย

Tuesday

ประชุมธรรม 2 วัน ณ ฉงกวงฝอเอวี้ยน จ.นครราชสีมา วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2551

พระโอวาทองค์ประธานคุมสอบสามภูมิ
ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ ฉงกวงฝอเอวี้ยน จ.นครราชสีมา
วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2551
สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ
--------------------------------------------------
องค์ประธานสถิตกลางบรรพตา คุมสอบหนาทั่วสถานคัดท่านหนา
สามพิษร้ายจิตรู้ทันกำราบนา ภูมิภพน่าเวทนาหากภัยว่ายวน
เราคือ
องค์ประธานคุมสอบสามภูมิ รับบัญชาจาก
พระอนุตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมกายเคียมคัล
องค์ชคัตตรยาพดง ถามศิษย์น้องทุกคนสุขสบายดีไหม
น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง
ฮวา ฮวา

พึงปฏิบัติตามกฎพุทธระเบียบอย่างเคารพและเคร่งครัด

พึงถนอมนำพาเบื้องบนเบื้องล่างอย่างสอดคล้องและเที่ยงตรง

พึงกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวาอย่างยิ่งในการบำเพ็ญ

พึงเอาใจเขามาใส่ใจเราอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่มีทิฐิอัตตาตัวตน

พึงสำรวมวาจาเที่ยงตรงดำเนินเที่ยงตรง ไม่กระทำผิดศีลธรรม ครรลอง


ธรรมกาลยุคขาวสอบปัญญาอย่านอกรีต กระทำบาปยากหลีกกฎเกณฑ์ได้
จิตอกุศลฤๅซื่อสัตย์ชัดเจนไซร้ มิอาจหลอกศิษย์พี่ได้สำรวจตรวจตรา
อย่างมงายจงรีบตื่นบำเพ็ญธรรม ฟื้นฟูมนุษยสัมพันธ์ทั้งหลาย
รู้รักษากฎระเบียบวินัย ผู้น้อยผู้ใหญ่สนองคุณจริงใจ
ความเคยชินอนุสัยจงแก้ไข มีความกล้าฝ่าทุกข์ได้ถึงหมาย
อย่ามัวหลงกิเลสตัณหาฉุดจมไป จงบำเพ็ญกายและใจบริสุทธิ์งาม
มีสติฟังธรรมะอย่างพินิจ บรรพชนผองศิษย์น้องรอกุศล
ในวันนี้หมั่นสำรวมกายใจตน บำเพ็ญจริงเพื่อล่วงพ้นอวิชชา
ขอเข้าใจถึงรากเดิมญาณพุทธะ จงฟื้นฟูคืนกลับมางามสดใส
สองวันนี้ขอศิษย์น้องผ่านสอบได้ ด้วยจิตใจที่ศรัทธาอันมั่นคง
เริ่มชีวิตใหม่ในหนทางธรรมา ฉุดช่วยมวลชีวาสู่จุดหมาย
แล้วศิษย์พี่อวยพรให้ผาสุกใจ จรดพู่กันไว้อยู่ข้างคุมชั้นเรียน
ฮวา ฮวา หยุด

ประชุมธรรม 2 วัน ณ ไท่ซิว จ.กรุงเทพฯ วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2551

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง
ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ ไท่ซิว จ.กรุงเทพฯ
วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2551
สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ
ใจเที่ยงตรงนั้นสามารถศึกษาธรรม
เพิ่มพูนปัญญาธรรมทั้งนอกในเป็นหนึ่งเดียวหล่อเลี้ยงจิตญาณ
กายเที่ยงตรงนั้นสามารถบำเพ็ญธรรม
ขจัดทิฐิกล่อมเกลาใจกลมกลืนบริสุทธิ์
วาจาเที่ยงตรงนั้นสามารถอรรถาธรรม
เบิกทางพุทธะให้เวไนยกระจ่างแจ้งเข้าถึงหลักจิต
ดำเนินเที่ยงตรงนั้นสามารถปฏิบัติธรรม
สืบสานอริยกิจด้วยมหาปณิธานที่ยิ่งใหญ่ร่วมกันไม่เสื่อมคลาย

เราคือ
สงฆ์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก
พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมกายเคียมคัล
องค์ชคัตตรยาพดง ถามศิษย์รักทุกคน สุขสบายดีไหม
น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง
ฮา ฮา



(ช.)กิเลสระคนที่แผ้วพาน เจ้ายากแท้จะฝืนทวนกายใจ พายุหนี้กรรมโถมตามกรายกล้ำจิตใจให้ขุ่น กล่อมเกลาผู้คนกล้าหาญมุ่งมั่นตนเถิด (ญ.)โลกีย์เสมือนเตาหลอมใจ หลอมให้เห็นซึ่งญาณเดิมล้ำค่า หยั่งรู้จิตรักเมตตา ธรรมะศิษย์ก้าวเด็ดเดี่ยว ปาดทิ้งน้ำตา รักษาจิตฟ้าเดิม
*ศิษย์บำเพ็ญทวนกระแส บางครั้งพ่ายแพ้กิเลส มืดมิดทางก้าวไป หยุดใจไม่ฝ่าฟันหรือ
**(คู่ )คำนึงถึงเจ้ายังเดียงสา แต่ศิษย์ข้าพุทธามุ่งมั่น เฝ้ามองจันทร์ เรียกคนดีคืนผิงซัน เมื่อคำนึงถึงเจ้ายังเดียงสา ใจลุ่มหลงโลกตามประสา เจอทุกข์คณา เจ้าเอ๋ยละอัตตาบางเบา (เจ้าเอยมั่นคงในธรรมา)
(ช.)เร่งตื่นรู้แจ้งชีวิตจริง (ญ.)ยิ่งอุทิศให้ด้วยมิท้อใจ (ช.)กาลท้ายกอบกู้(ญ.)สามโลกพุทธะเดิมมุ่งก้าวไป(คู่)ปลุกชนยุคปลายหลอมใจ ศิษย์ข้าแกร่ง
บทเพลงทำนอง : ก้อนเกลือยังหวาน

ศิษย์รักเอ๋ย...ศิษย์รักเอ๋ย...
ใน การประชุมธรรมสองวันนี้ เจ้านั้นได้สดับธรรมมากมายแท้ จงถนอมจิตแห่งศรัทธาจริง มิแอบแฝงเสแสร้งใด เพื่อนำพาหลักธรรมบำเพ็ญจิต สำรวมกายด้วยหลักธรรม เมื่อนำปฏิบัติ สามารถบังเกิดคุณวิเศษได้แท้จริง จงพินิจตรอง จากสองวันนี้ที่เจ้าทั้งหลายได้เข้าสู่ประตูพุทธะ เพราะด้วยบุญสัมพันธ์ที่เคยมี ดังนั้นจงอย่าดูเบาตน สามัญชนเมื่อมีใจจะบำเพ็ญจริง เจริญรอยตามพุทธะโบราณ ก็สามารถที่จะก้าวขึ้นสู่ดินแดนอันวิสุทธิ์ได้ ขอเพียงว่าศิษย์รักมีปณิธานที่จะนำพาฉุดช่วยตน บรรพชนและบุคคลอื่น โดยอาศัยจิตเมตตาแต่เดิมที่มี นำก่อเกิดให้ปรากฏเป็นจริงเท่านั้น จึงหวังว่าสิ่งที่อาจารย์กล่าวมานั้น ศิษย์ทุกคนจะตรึกตรองในหลักธรรมที่ได้สดับ บังเกิดคุณประโยชน์ทั้งหลาย
( เข้าใจไหม )

ศิษย์รักเอ๋ย...ศิษย์รักเอ๋ย...
บาง คนยังมีความคลางแคลงในเส้นทางอนุตตรธรรมนี้ หรือบางคนได้ปลุกประกายแห่งจิตศรัทธา บอกกับตนเองจะนำพาทั้งตนและผู้อื่น บำเพ็ญธรรม ศึกษาธรรม ใช่หรือไม่ ขอให้ศิษย์จงก้าวเดินบนหนทางธรรมะนี้ได้เสมอต้นปลาย และรู้จักรักษาจิตอันแรกเริ่มให้คงสว่างผาสุกเนิ่นนาน พร้อมหมั่นมาศึกษาและฝึกฝน เพราะธรรมะหากมิเคี่ยวกรำ และมิมีการทดสอบแล้ว มรรคผลและบุญกุศลบารมีจะก่อเกิดได้อย่างไร

ดัง นั้น ชาตินี้ที่ศิษย์ทั้งหลายมีชีวิตอยู่ และพบโอกาสอันดีเช่นนี้ จงอย่าละเลยปล่อยทิ้งขว้าง ในชีวิตของคน การมีบุญ มีวาสนาล้วนจากอดีตเคยสั่งสม แต่ปัจจุบัน บุญวาสนาหรือชื่อเสียงเงินตรา หากสัมมาอาชีพที่ไม่สุจริต ทั้งเจตนาและไม่เจตนาก็ดี สุดท้ายบุญวาสนา ชื่อเสียง เงินตรา ก็มลายได้เช่นกัน ดังนั้นจะสั่งสมบุญวาสนา ชื่อเสียง เงินตรา ล้วนต้องมีหลักจิตแห่งการบำเพ็ญธรรม

แม้ในชีวิตสัมมาอาชีพ สุจริต แต่มนุษย์ทุกคนนั้น ล้วนแต่ยอมพ่ายแพ้ต่อความโลภ ความโกรธ ความหลงและความใคร่อยาก ให้ตนเองสมปรารถนา จิตใจเช่นนี้ยากแท้จะพบความผาสุกในชีวิตที่แท้จริง ในชีวิตบางคน แม้จะมี ความเพียบพร้อมสมบูรณ์ในชีวิต แต่ในบางครั้งนั้น จิตใจกลับยังมีทุกข์ทวีคูณมิอาจระบายได้ เพราะเหตุใด เพราะชนชั้น ฐานะกั้นขวาง ระหว่างหนทางการแสวงค้นหาธรรมะ ยังมิสามารถมองเห็นแสงสว่างในชีวิตเลย จนจวบวัยชรา สุดท้ายชีวิตเดียวดาย

ดังนั้นหวังศิษย์รัก วันนี้ตรึกย้อนถึงทุกสิ่งอย่างที่ผ่านมาและกำลังจะผ่านพ้นไปนั้น เกิดแล้วดับ...เกิดแล้วดับ ในห้วงจิตใจและความนึกคิดของศิษย์ทุกคน เกิดแล้วดับ...เกิดแล้วดับ สุดท้ายชีวิตที่ทั้งสั่งสมทรัพย์ ชื่อเสียงเงินตราก็สองมือว่างเปล่า จะแสวงหาธรรมะนั้น ขอให้ศิษย์ย้อนมองส่องตน ถามตนเอง เราพร้อมที่จะบำเพ็ญจริงหรือยัง มีสิ่งใดที่พันธนาการในจิตใจของตนเอง

ธรรมะในยุคขาว ปรกโปรดสู่ครัวเรือน เมื่อศิษย์รู้ ขอเพียงเจ้านำพาธรรมะปรกโปรดคนในครอบครัว ก็สามารถสร้างครอบครัวแห่งธรรมะได้เช่นกัน อย่าดูเบาและคิดว่าเป็นเรื่องยากลำบากใจ จงรู้ว่าหากจิตใจของเจ้านั้นศรัทธาจริง และเปลี่ยนแปลงตนเองได้จริง จากการที่ผ่านบำเพ็ญมา ฝึกฝนมา ย่อมสะเทือนถึงฟ้าเบื้องบนและผู้คนรอบกายได้ ตั้งใจให้ดี
( เข้าใจไหม )

ก่อนจะอำลา อาจารย์นั้นห่วงใยและเคียงข้างลูกศิษย์ทุกคน แม้หนทางบุกเบิกจะลุ่มดอน ปณิธานนี้จะยังแกร่งกล้า พร้อมสืบสานอริยกิจตามบัญชาฟ้าเบื้องบนให้บรรลุผล ศิษย์รักทุกคนก็เช่นเดียวกันอย่าได้กลัว หยดหยาดน้ำตาที่หลั่งรินลงอาบแก้ม อาจารย์จะเอามือปาดให้ ปาดน้ำตาแห่งความล้า ความอ่อนแรงที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจเจ้าทุกคน และหวังว่าในวันพรุ่งนี้ อรุณสาดแสง เจ้าจะเข้มแข็งและมีรอยยิ้ม มีความผาสุกในการบำเพ็ญส่งเสริมผู้คนอย่างสุดกำลังใจ

ในวันนี้ ที่ได้พบกันนั้นคือ บุญสัมพันธ์แห่งพุทธะ จากนี้และตลอดไป อาจารย์จะคอยดูแลทุกทุกคน เคียงบ่าไหล่ โอบกอดเจ้าทั้งหลาย ให้ได้รับความอบอุ่น ดั่งพ่อลูกผูกพันมิเสื่อมคลาย แม้ฤดูกาลจะเปลี่ยนผัน หนี้เวรกรรมจะตามทวง อาจารย์พร้อมยื่นมือค้ำประกันรับรองต่อเจ้ากรรมนายเวร ให้ศิษย์ทุกคนมีโอกาสสร้างบุญกุศล สร้างฐานบัวของตนเอง รออีกไม่นานศิษย์อาจารย์จะได้พบกันที่หนันผิงซัน...หนันผิงซัน
กราบลา
ฮา ฮา ถอย

Sunday

ภัยพิบัติ

คำนำ

ปัจจุบัน เภทภัยเกิดขึ้นทั่วทุกหัวระแหง ยิ่งมายิ่งรุนแรงเป็นทวีคุณและไม่สามารถคาดคะเน ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้เมื่อภัยพิบัติมาถึงย่อมนำความหายนะแก่ชีวิตและ ทรัพย์สินอย่างมหาศาล

คน จำนวนไม่น้อยที่ไม่เข้าใจถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นของมหันตภัย จึงได้กล่าวโทษต่างๆนานาไปตามความรู้สึกนึกคิด เหล่านี้ล้วนเพิ่มบาปให้กับตนเองโดยไม่รู้ตัว ส่วนผู้ที่เข้าใจย่อมรู้ในความจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดีว่าเภทภัยเหล่า นั้นมีต้นสายปลายเหตุมาจากอะไร ใครเป็นผู้บงการให้เกิดขึ้นและจะหาทางรอดได้อย่างไร ในขณะที่คนจำนวนมากกำลังต่อสู้หาทางแก้ไขที่ปลายเหตุซึ่งเป็นทางตันเกิน วิสัยที่จะยับยั้งได้

เรื่องราวเหล่านี้มีเพียงสิ่งศักดิ์สิทธิ์พุทธะอริยะเจ้าเท่านั้นที่จะเป็นผู้ไขความกระจ่างดังปรากฏในหนังสือเล่มนี้

ขอน้อมกราบอัญเชิญพระโอวาท

พระอนุตตรธรรมมารดาเจ้าสิบบัญญัติ

ที่เกี่ยวกับกาลนี้เพื่อส่งเสริมแก่กัน

_____________________

พระอนุตตรธรรมมารดาเจ้าสิบบัญญัตินำบทข้อที่ห้า

“ชะตาฟ้าดำเนินถึงปลายยุค

เภทภัยทุกข์ลำบากทั่วหัวระแหง

เก้าเก้าภัยใครรอดพ้นความรุนแรง

ธรรมนาวาแล่นช่วยชาวโลกโดยทั่วกัน”

  • ขอเตือนลูกพุทธบุตรเดิมน้อมบำเพ็ญ

รู้กำหนดเกณฑ์เจตนาฟ้าเป็นปราชญ์ได้

กัปสุดท้ายเกิดคู่กันธรรมกับภัย

เปลี่ยนหญิงชายทั้งฟ้าดินสิ้นยุคกาล

  • หากบัดนี้ไม่มีภัยลงเก็บกวาด

จะไม่เหลือปราชญ์สักคนเห็นเป็นแก่นสาร

จึงให้เกิดน้ำลมไฟมารอนราญ

แปดภัยผลาญพร้อมทำลายภัยสงคราม

  • กำหนดเก้าเก้าแปดสิบเอ็ดภัยกระจาย

ส่งรากษสพญามารห้ามาก่อเรื่อง

หมื่นพันวิธีเก็บคนชั่วอยู่เนืองเนือง

ดินฟ้าเสื่อมครบกำหนดหมดสิ้นชะตากาล

  • อีกเพราะเหตุคนก่อกรรมคร่ำอาฆาต

ถึงโอกาสสงบบัญชีหกหมื่นปีแล้ว

หยกกับหินชั่วกับดีถึงทีแบ่งแนว

แม่เห็นแล้วเลือดน้ำตาพาพรั่งพรู

  • ประตูนรกเปิดปลดปล่อยผีทวงหนี้ชีวิต

มืดสนิทน่าสะท้านวิญญาณวาบวูบ

ใช้หนี้เคยทำเวรกรรมเงินทองเคยจองผูกพัน

โลกจะถูกสูบด้วยลมมหันต์ถอนรากถอนโคน

  • ชำระหนี้ทั้งสามโลกเปลี่ยนแกนกลาง

แม้กายร่างจะแกร่งเป็นเช่นเหล็กไหล

ไม่พ้นไฟประลัยกัลป์รอดไปได้

กำหนดภัยแม่สั่งความแต่น้ำตาเป็นเลือดนอง

  • ตายเจ็ดส่วนอีกสามส่วนทุกข์มหันต์

กระดูกถมกันเลือดท่วมใหญ่เป็นสายน้ำ

ลืมหลักอริยะโลกีย์จิตคิดใฝ่ต่ำ

เก้าเก้าจะนำมหันต์ภัยนรกหมกเศษวิญญาณ

  • อยากจะรอดภัยทุกข์เข็ญเร่งสร้างบุญ

พระจะหนุนให้ลูกสำราญตามบัญชาแม่

คนตื่นใจตามแม่กลับนิพพานแท้

ไม่ตื่นแน่เจอพิบัติภัยขังในโลกันตร์

  • มิอดใจทำลายหยกหมกกับหิน

จึงตัดสินหย่อนสายทองล่องเรือกู้

ทุกหนทางหมื่นพันสายไม่ชุบชู

ชีวิตอยู่หนทางเดียวคือ ขอรับวิถีธรรมฯ

“หวังว่าพุทธบุตรจะทำจริงใจให้รู้แจ้งในญาณตน

แล้วจงพากันคืนกลับยังดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

ตื่นตัวได้รีบเพียรกลับบ้านนิพพาน”

Tsunami

พระวจนะของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

กล่าวก่อนแล้วจึงเกิดประจักษ์ภายหลัง

ย้อน หลังไป 7 ปีก่อนเมื่อปีพ.ศ. 2541 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้เมตตาประทานพระโอวาทเปิดเผยความลับสวรรค์ถึงภัยพิบัติ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งนั้น

พระโอวาทพระพุทธจี้กง

“เวลา บำเพ็ญธรรมเหลือเพียง 2 ปีเท่านั้น ทุกๆคนก็จะได้เห็น 7749 หากได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับตาก็ทำให้กินข้าวไม่ลง เวลานอนก็จะเห็นภาพนั้นมาหลอกหลอน คนที่ยังไม่กินเจก็จะต้องพบกับภัยพิบัติ ผู้บำเพ็ญธรรมหากยังไม่ทานเจก็ยากที่จะหลุดพ้นจากภัยพิบัติ คนที่ไม่ได้กินเจเมื่อภัยมาถึง ร่างกายก็จะเปื่อยเน่าไม่ต่างอะไรกับเนื้อไก่ เนื้อหมู สุดแสนทรมานก่อนตาย”

ก่อนหน้านี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์และพุทธอริยะเจ้าได้เมตตา โปรดแสดงพระโอวาทย้ำเตือนเราทั้งหลายด้วยความเป็น ห่วงว่า “ให้รีบเร่งปฏิบัติบำเพ็ญ เห็นความสำคัญของกาลเวลา และภัยพิบัติอยู่ใกล้เพียงขนตา”

อีก ทั้งยังแสดงบุญญาธิการให้เหล่าผู้บำเพ็ญได้ประจักษ์ จึงสร้างพลังความศรัทธามุ่งมั่นต่อผู้บำเพ็ญมากมาย ต่างกระตือรือร้นกันฉุดช่วยคนรับวิถีธรรม ถือศีลกินเจ สร้างบุญกุศล ปล่อยสัตว์ อีกทั้งยังตั้งปณิธานใหญ่บุกเบิกธรรม ตั้งตำหนักพระน้อยใหญ่กันมากมาย

ด้วย เหตุนี้ จึงทำให้เวลาแห่งภัยพิบัติยืดเยื้อออกไป เวลาผ่านไป... ผ่านไป... ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีผู้บำเพ็ญไม่น้อยที่เกิดความลังเลสงสัยขาดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติ บำเพ็ญ บ้างถดถอย บ้างหลุดหายไปจากอาณาจักธรรม ส่วนที่ตั้งตำหนักพระก็ไม่ศรัทธากราบไหว้

อีก ทั้งชาวโลกลุ่มหลง ขาดมโนธรรมสำนึก ไม่ละอายเกรงกลัวต่อบาป กล่าวโทษฟ้าดิน ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ผลกรรมเหล่านี้เป็นพลังแห่งความชั่วร้ายแรงอาฆาตเคียดแค้นถึงเวลาแล้วที่จะ ชำระสะสาง

“ตอนนี้โซ่ตรวนกำลังจะปลดปล่อย เลือดที่ไหลมันไม่ใช่ของเราอีกแล้ว”

ก่อน หน้าเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิจะเกิดขึ้น พระอาจารย์ได้เสด็จประทับทิพยญาณเมตตา หลังจากนั้นได้นำวิญญาณของเจ้าหนี้เวรกรรมมาเตือนสติผู้บำเพ็ญธรรม ณ พุทธสถานหมีเล่อฝอเอวี้ยน อ. เมือง จ. ตรัง วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2547 ประชุมธรรมชั้นซิวเต๋อปัน

“ศิษย์ รู้หรือไม่ว่า สิ่งที่อยู่ภายนอกนั้นกำลังบอกความวุ่นวาย ไม่ใช่เฉพาะภายนอก แต่ยังมีภายในที่ไม่มั่นคงในธรรมะ ที่เห็นแก่ตัวมากขึ้น ที่ยังคิดว่าความตายยังมาไม่ถึง ฟังแล้วคิดว่าจะเกิดจะตายอย่างไหนดีกว่ากัน ชีวิตทุกชีวิตที่เห็นในปัจจุบันนี้”

คนที่บำเพ็ญธรรม นับว่าโชคดีที่สุด

คนที่ตั้งปณิธานทานเจ ยิ่งโชคดีที่สุด

(พระอาจารย์ได้เมตตานำวิญญาณของเจ้ากรรมนายเวรเข้าร่างสามคุณ ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องดังขึ้นอย่างน่าหวาดกลัวและสยดสยอง)

“ฮ่า ๆๆ...... “

พระอาจารย์เมตตา ฮ่าฮ่า มันกำลังจะมา ข้าคือ เจ้าหนี้เวรกรรม กลัวกันหรือเปล่า...

ใคร บ้างที่จะหลบหนี ไม่มีวันจะชนะข้า เรามาดีใช่มาร้าย อยากจะมาบอกว่า ให้รีบๆ หากไม่เร่งรีบแล้ว ไม่มั่นคง ไม่บำเพ็ญ เราจะบอกให้รู้ว่าสิ่งที่ชั่วร้ายมันกำลังจะมา มันกำลังรอ ไม่ใช่เฉพาะเรา รอเวลาอีกไม่นานแล้ว ใครจะรู้ว่ามันเป็นอย่างไร

มันน่ากลัว ฮือๆๆ... น่าสนุกมั้ยล่ะ...ฮ่าๆๆ.... คราวนี้แหละ คราวนี้มันก็จะได้เห็นกับตาว่า ฟ้ามีจริง นรกมีจริง

ตอนนี้โซ่ตรวนกำลังจะปลดปล่อย เลือดที่ไหลมันไม่ใช่ของเราอีกแล้ว ใครไม่มั่นคงคิดไปเลย ยิ่งคิดมากคิดไปเลย เราก็จะมาทันที สนุกจริงๆ เล่นกับพวกเจ้าสนุกยิ่งกว่าเล่นกับใคร...

ทุกๆ วันพวกเจ้าทำอะไร น่าสงสาร น่าสงสารจริงๆ นั่นหรือคือพระพุทธะ ที่พูดว่าเวไนย เวไนยน่าสงสารก็เพราะอย่างนี้นี้เอง ข้าต้องไปแล้ว อีกไม่นานก็ต้องเจอกัน ฮ่าๆๆ

(เสียงหัวเราะอย่างเยาะเย้ยและเสียดแทงความรู้สึกก่อนออกจากร่าง)

ไม่ใช่คำขู่

สาม เดือนต่อมา เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ปลายปี 2547 วันที่ 26 ํธันวาคม เหตุการณ์มหาวิปโยคได้เกิดขึ้นให้เห็นเป็นประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกหันตภัย คลื่นยักษ์ สึนามิ ได้ฉุดคร่าชีวิตผู้คนไปไม่น้อยกว่าสามแสนคนในเวลาเพียงไม่กี่นาที เป็นโศกนาฏภัยของเหล่ามวลมนุษย์ชาติที่ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย

บัด นี้ เราทุกคนจึงไม่อาจวางใจลงได้ว่าเมื่อไหร่ มันจะเกิดขึ้นอีกและจะมาในรูปแบบไหน เพราะนี่เป็นแค่เพียงการเปิดฉากของมหันตภัยร้ายเท่านั้น

ความ น่าสะพรึงกลัวกำลังคืบคลานเข้ามารทุกขณะ กาลเวลาชองโลกขณะนี้ภัยเข้ามาถึงนัยน์ตาเราแล้ว เมื่อชีวิตไม่ปลอดภัยเราจะทำอย่างไร และจะมีหนทางใดรอดพ้นจากภัยพิบัติได้.....

tsunami.jpg - 19164 Bytes

พระโอวาทพระพุทธจี้กง

“ภัยพิบัติลงสู่โลก

ภัยจากไฟหรือน้ำล้วนเกิดดาษดื่นทุกแห่งหน

ศิษย์ควรที่จะสำรวจตนเอง

กาลเวลาบัดนี้ถึงปลายยุคแล้ว

ออกจากบ้านต้องดูอากาศ

บำเพ็ญธรรมก็ต้องดูกาลเวลา”

ครั้งหนึ่ง ณ ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 18 มกราคม ปี พ.ศ. 2541

พระ อาจารย์ได้แสดงบุญญาธิการให้ศิษย์ในชั้นเรียนได้ประจักษ์ โดยให้เห็นภาพปรากฏขึ้นในขณะที่ทุกคนหลับตา นักเรียนคนหนึ่งได้ออกมาเล่าเหตุการณ์ที่มองเห็นด้วยสีหน้าที่ตกใจด้วยน้ำ เสียงที่สั่นเครือว่า

“ผู้น้อย มองเห็นทะเลใหญ่มีแต่ความมืด มองเห็นแต่ศีรษะคน ท่อนไม้ ต้นหญ้า ลอยจับเป็นกลุ่มเหนือน้ำ ต่อมาผู้น้อยมองเห็นคลื่นทะเลใหญ่มาก แต่คลื่นนั้นมีแต่โคลน ทุกคนไม่สามารถหลุดรอดออกมาได้ จะเหลือก็เพียงน้ำและดิน”

“ภัยพิบัติลงมาจี้กงทนเห็นไม่ได้

จึงเปิดเผยความลับสวรรค์

บัดนี้ผู้บำเพ็ญธรรมสมควรทุ่มเท

ออกแรงรีบเร่งปฏิบัติบำเพ็ญธรรม”

“ศิษย์ทั้งหลายต้องเร่งฝีเท้า

อย่าได้เฉื่อยชาอีกต่อไป

สามารถทำได้เท่าไหร่รีบทำ”

ภัยพิบัติมาถึง พวกเราจะปฏิบัติเช่นไร ?

1.คนเราต้องรู้จักสงบ

2.สวดมนต์ท่องคัมภีร์ ในช่วงเราสงบ ความคิดไม่ฟุ้งซ่าน ถึงเวลานั้น เจ้าต้องควบคุมความคิดของเจ้า ควบคุมอารมณ์ของเจ้า

3. พวกเจ้าสมควรรู้อยู่แล้ว (ไตรรัตน์) หากเหลือฉันเพียงคนเดียวแล้วจะทำอย่างไร? ฉะนั้น ให้พวกเจ้าเอาสามสิ่งนี้ จดจำไว้ในใจให้ดี เข้าใจหรือไม่

บำเพ็ญธรรมสามารถหลุดพ้นจากภัยพิบัติได้ไหม?

พระอาจารย์เมตตา:

“ต้องตั้งใจสร้างบุญกุศลอย่างแท้จริง บำเพ็ญตามหลักสัจธรรม บำเพ็ญธรรมไม่ยึดติดรูปลักษณ์ แล้วจะหลุดพ้นภัยพิบัติได้อย่างไร

1. ต้องให้คนหยุดฆ่าสัตว์ ให้ปล่อยสัตว์

สร้าง ความเมตตา เตือนทุกคนอย่าได้ฆ่าสัตว์อีกต่อไป ต้องปล่อยสัตว์ คุ้มครองสัตว์ หนี้สินเวรกรรมยิ่งมากก็ยิ่งแรง หนี้สินเวรกรรมหกหมื่นกว่าปียืนรออยู่หน้าประตูบ้านแล้ว

2. จัดตั้งห้องพระ

จัดตั้งห้องพระก็จะมีดอกบัวหนึ่งดอก จัดตั้งห้องพระก็คือเรือธรรม นำพาเวไนยทั้งชายหญิงกลับคืนฝั่งธรรม

3. ตั้งใจจริงในการปฏิบัติบำเพ็ญ

เป็น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สร้างบุญกุศลจริง ศรัทธาจริงในการฝึกฝนปฏิบัติบำเพ็ญ เมื่อเป็นเช่นนี้ศิษย์จะต้องเร่งรีบสร้างบุญกุศล เอาเงินทองไปฝากไว้ที่ธนาคารสวรรค์ ธนาคารบนสวรรค์ไม่มีวันล้ม เงินทองฝากไว้ในธนาคารบนโลก เมื่อธนาคารล้มอะไรก็ไม่เหลือ”

“แต่ละคนต่างก็มีเรื่องส่วนตัวแตกต่างกันไป แต่ละเรื่องล้วนวุ่นวาย วุ่นวายกับตัวเอง ครอบครัว เรียนหนังสือ ทำงานหาเงินทอง วุ่นวายต่างๆนาๆ ขอถามศิษย์เคยวุ่นวายเพื่อเวไนยบ้างหรือเปล่า

เวลาผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่ว่ากี่วันหรือกี่คืน เวลาผ่านไปยากเอากลับคืน มีเงินให้ออกเงิน มีแรงให้ออกแรง รีบเร่งชักชวนคนให้บริจาคทาน ไม่เช่นนั้นเงินจะเป็นเพียงเศษกระดาษ ถึงเวลานั้นอยากจะสร้างบุญก็ไม่มีโอกาสแล้ว”

“อาจารย์ เปิดเผยความลับของฟ้าแก่พวกเจ้าให้รับรู้ เพื่อให้รีบเร่งออกไปชักชวนคนที่มีบุญสัมพันธ์ ส่งเสริมญาติธรรมให้ทานเจ จัดตั้งห้องพระ รีบเร่งอย่ารอช้า ไฟไหม้มาถึงขนตาแล้ว พวกเราไม่ควรที่จะหลับจนไม่รู้ตื่น เตือนคนทั้งหลายที่ยังหลับให้รู้ตื่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีนานหลายปีแล้ว ภัยพิบัติต่างๆ ลงมามากมายเพื่อย้ำเตือนสติพวกเรา”

เพลงพระโอวาทพระพุทธจี้กง

ทำนอง: น้ำตาฝน

น้ำตาฟ้า

ฟ้าหม่นระคน ดูเศร้าแผ่นดินแลเร้าร้อน แดดฝนฟ้าผันไม่แน่นอน ผู้คนร้องไห้ระงม ผลาญฆ่าอาสัญ ชนแบ่งชั้นถูกผิดโง่งม สอบและภัยทำร้ายหายจม พ่ายล้มเจ้ากรรมตามทวง

เวไนยใจต่ำ เสียงฟ้าคำรามดูน่ากลัว ย้ำเตือนหนา อย่าลืมหลงตัว รักษาใจล้ำธรรมา สังคมสับสนเพียรย้อนมองคำมั่นเดิมหนา พุทธาปลุกย้ำด้วยความเมตตา ตัดลาตัณหาอารมณ์

ค้นคนใจซื่อ ตั้งใจฝึกปรือ ในนอกจงรักษ์ เปลี่ยนแปลงจากนี้ ได้ธรรมโปรดนำจิตธรรมเน้นหนัก สอบแล้วเจ้าจึงประจักษ์ ผ่านพ้นศรัทธาเพียงไร

ฟ้า สอบคัดเลือก ใจมั่นโปรดกาลคับขัน แท้เป็นหินหรือเป็นหิรัญ สุดท้ายนั้นเลือกผันนะเธอ น้ำตาที่ไหล สอบในยุคปลายอย่าได้พลั้งเผลอ เลือกเป็นหยกแท้นะเธอที่สุดเจอหนทางกลับคืน

ตื่นเมื่อสายเกิน

ณ สถานธรรมผู่เต๋อ จ. ภูเก็ต

วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2548

ช่วงเย็นขณะประกอบพิธีถ่ายทอดธรรม สุภาพสตรีผู้ขอรับธรรมท่านหนึ่ง มีเหตุบางอย่างทำให้ไม่สามารถเข้าสู่พิธีรับธรรมได้

ในขณะนั้นเทพผู้พิทักษ์กฎ (เทพเจ้ากวนอู) ได้เสด็จประทับทิพยญาณที่ร่างสามคุณ ซึ่งกำลังทำหน้าที่เป็นพิธีกรเอก พระองค์ได้เมตตาแก่อาจารย์ชี้แนะ ผู้แนะนำรับรองและบุคคลากร

“นำพาคนรับธรรม

จะต้องดูพื้นฐาน สอบถามให้ดีก่อน

เวไนยยุคนี้หนี้กรรมหนัก

สิ่งศักดิ์สิทธิ์มิอาจต้านหนี้กรรมให้ได้”

หลัง จากที่พระองค์ได้ถอนญาณออกจากร่างแล้ว ทันใดนั้นได้มีวิญญาณตนหนึ่งเข้ามาในร่างของสามคุณ ท่าทางอิดโรย ร้องห่มร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ สักครู่หลังจากที่อาจารย์ชี้แนะได้ให้ดื่มน้ำทิพย์เหลาหมู่แล้ว จึงพูดออกมาได้ความว่า ...

วิญญาณ: (ฮือๆๆ) เราคือผู้บำเพ็ญคนหนึ่งที่ทำผิด...เคยทำผิด เห็นพวกเจ้าบำเพ็ญธรรม...ไม่มีความตั้งใจกัน...”

“ยุคนี้ ยุคสุดท้าย...สิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายลงมาคุ้มครอง...มากมาย...

ทำไม ไม่ตั้งใจ อย่าทำเพียงผิวเผินแค่เปลือกนอก...จะต้องบำเพ็ญให้ถึงแก่นแท้จิตภายในของตน เอง...ไม่ทำเอาหน้า ... จะตั้งใจทำ บำเพ็ญ...ทำเพื่อเวไนย...ทำเพื่อเวไนย...ไม่ได้ทำให้ใครเห็น...”

(ฮือๆๆ) เห็นคนรับธรรมะ แต่ละคน...พระอาจารย์ต้องแบกหนี้กรรมมากมาย บอกปัดครั้งแล้ว ครั้งเล่า...หวังศิษย์จะบำเพ็ญ ไม่เห็นมีใครตั้งใจเลย... รู้ไหมว่า พระอาจารย์ก็เสียใจ

อาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรม: เธอคือใคร

วิญญาณ: (ฮือๆๆ) เราไม่อาจเปิดเผยได้มาก...ยืมโอกาสรับบัญชามาชั่วคราว บอกกล่าวเตือนผู้บำเพ็ญ...อย่าอยู่แต่สถานธรรม ไปหาเวไนย ไปหาเวไนย... (ฮือๆๆ)

เราก็เคยบำเพ็ญ...ไปหาเวไนย... ไปหาเวไนย....เวไนยน่าสงสาร (ฮือๆๆ)

อย่าห่วงตนเอง ต้องห่วงคนอื่นด้วย...คนยังไม่รู้อีกมากมาย จะต้องตายไปอย่างนั้น...ฮือๆๆ

เวไนยมากมาย...เราไม่มีกาย เราไม่สามารถช่วยงานพระอาจารย์จี้กงได้ เราเสียใจ...

หวังให้พวกเจ้า ตั้งใจบำเพ็ญ...ตั้งใจบำเพ็ญ...อย่ารอให้ภัยมาไม่ทันแล้ว...อย่าลืมนะ...

ห่วงเวไนย...ห่วงเวไนย...ห่วงเวไนย...(ถอนญาณ)


เวลาคับขัน เตรียมอะไร?
1.
เตรียมใจที่สะอาดบริสุทธิ์
2.
เตรียมกายให้สะอาดบริสุทธิ์ (ทานเจ)
3.
เตรียมมหาเมตตาให้เต็มเปี่ยม
4.
เตรียมขนเวไนย
5.
เตรียมมันสมองที่ปราดเปรื่อง พลังกายที่แข็งแรง
6.
เตรียมความกล้าบรรจุให้เต็ม


คัมภีร์กัปสุดท้าย

พระโพธิสัตว์กวนอิมได้เข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้าเบื้องบนสูงสุด เพื่อกราบบังคมทูลรายงานถึงความดีความชั่วที่มนุษย์ได้กระทำ ครั้นองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงทราบข่าวสภาพความเลวร้ายบนโลกมนุษย์ก็ทรงพิโรธยิ่งนักและกล่าวติเตียนเหล่าเทพยดาทั้งหลายว่า

"เสียแรงเปล่า! ที่ชาวโลกพากันจุดธูปบูชากราบไหว้ แต่กลับไม่ยอมอบรมสั่งสอนเวไนยสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น มาจนบัดนี้ ในโลกมนุษย์จึงเนืองแน่นไปด้วยคนใจหยาบช้า ผู้คนไม่มีมโนธรรมสำนึกหลงเหลือ ดังนั้นจึงต้องมีราชโองการลงโทษทัณฑ์ ให้เกิดภัยพิบัติต่อเนื่องกันหลายปี เพื่อกำราบคนชั่วช้าสามานย์และเปลี่ยนจิตใจชาวโลกเสียใหม่!"

ในเวลานั้น บรรดาทวยเทพทั้งหลายได้กราบทูลวิงวอน แม้องค์พระโพธิสัตว์กวนอิมแห่งทะเลทักษิณก็ทรุดพระวรกายหมอบลงกราบทูลขอให้โปรดกรุณาแก่ชาวโลก พระองค์ได้กล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า

"ผู้ชั่วร้ายสมควรดับ ผู้ดีงามควรคัดออก !"
"ผู้ชั่วร้ายสมควรดับ ผู้ดีงามควรคัดออก !"
"ผู้ชั่วร้ายสมควรดับ ผู้ดีงามควรคัดออก!"

องค์เง็กเซียนฮ่องเต้จึงทรงมีพระบัญชาชี้ขาดว่า

"ดี ชั่ว สองฝ่ายแยกกัน!"
"ให้สงครามเจาะจงเลือกที่เกิด"
"ให้โรคระบาดเจาะจงเลือกคนเป็น"
"และให้จอมเทพพิทักษ์ธรรมรับราชโองการกวาดล้างมนุษย์ที่กระทำความชั่วร้ายดังต่อไปนี้...

1. เก็บผู้ที่กล่าวโทษด่าว่าฟ้าดิน

2. เก็บผู้ที่ไม่กตัญญูต่อบิดามารดา

3. เก็บผู้ที่กดขี่ราษฎรและฉ้อราษฎร์บังหลวง

4. เก็บผู้ที่ประพฤติผิดในกาม มักมากตัณหา

5. เก็บผู้ที่ทิ้งขว้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร

6. เก็บผู้ที่ทำลายศาสนา หลอกบางเทพยดา

7. เก็บผู้ที่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

8. เก็บผุ้ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยม คดโกงตาชั่ง

9. เก็บคนที่หลอกลวงให้คนหลงเชื่อ

10. เก็บผู้ที่ทำลายผุ้อื่นเพื่อประโยชน์สุขส่วนตน

11. ผู้สูงอายุนิดเดียวก็ไม่ยอมตักเตือนแก้ไข

12. คนรุ่นหลังไม่มีคุณสัมพันธ์ 5

13. คนชั่วรังแกคนดีที่ซื่อสัตย์

14. คนรวยใจไม้ไส้ระกำต่อคนยากจน

15. ชักศึกเข้าในเพื่อประโยชน์ภายนอก

16. ใช้กลอุบายวางแผนแก่งแย่งชิงดีกัน

17. ลักขโมยสิ่งของของผู้อื่น

18. ขายยาปลอมหลอกลวงชาวบ้าน

19. พบคนดีมีความซื่อสัตย์สุจริตถูกรังแกจนเข้ากระดูกดำ

20. พบคนเลวประจบสอพลอพะเน้าพะนอ

21. ซื้อขายหลอกลวงคนโง่เขลา

22. ย่ำยี เหยียบกระดาษตัวอักษร

23. มีแต่พวกแต่งกายเรียบร้อยสวมหน้ากากมนุษย์

24. ปฏิบัติดำเนินการผิดหลักฝ่าฝืนหลักธรรม

25. มีบางพวกอาศัยอำนาจใช้อิทธิพล

26. หลอกลวงใจตนเองและละเมิดหิริโอตัปปะ ทำลายคนโดยขาดศีลธรรม

27. มีบางพวกใจโหดเหี้ยม มุ่งกำไร หาผลประโยชน์ไม่คำนึงถูก - ผิด

28. ไม่คำนึงถึงหิริโอตัปปะ ไม่มีความสุจริตใจ

29. มีบางพวกอกตัญญู ไม่รู้คุณคน

30. รุ่นหลังจะเป็นคนกันอย่างไร

31. มีบางพวกรังแกข่มเหงเด็กและคนแก่

32. มีบางพวกทำลายการวิวาห์ให้แตกแยกสลาย

33. มีบางพวกทุบตี ปู่ ย่า ตา ยาย

34. มีบางพวกยกย่องคนรวย รังเกียจคนจน

35. มีบางพวก พี่ ป้า น้า อา ไม่สมานปรองดองกัน

36. มีบางพวกไม่เคารพรักสามี

37. มีบางพวกยุยงส่งเสริมให้ฟ้องร้องกัน

38. พี่น้องแก่งแย่งชิงดีกัน

39. จับงู ตีอวน ยิงนก

40. ปล่อยไฟเผาป่า ทำลายสุสาน

41. ส่งหนังสือทำลายพิธีภูติผีเวทมนต์

42. ใช้คาถาอาคมฝังรูปฝังรอยทำร้ายผู้อื่น

43. เจตนาเขียนยันต์สาปแช่งทำลาย

44. เกิดโทสะเมื่อผู้อื่นต่อว่า ต่อปาก ต่อคำ

45. ใช้เล่ห์กลกล่าวให้ร้ายป้ายสี

46. ธัญญชาติปะปนน้ำ ขายขูดรีด

47. เห็นคนมีเงินโกรธแค้น

48. เห็นคนร่ำรวยมีเกียรติเกิดความริษยา

49. เห็นคนทุกข์ยากไม่ช่วยเหลือ

50. พบคนตกอยู่ในความลำบากไม่ช่วยเหลือ

51. ไม่ประมาณดีชั่วของตนเอง

52. กลับกล่าวว่าผู้อื่นไม่เที่ยงธรรม

53. ตักเตือนให้ทำแต่ความดีไม่เชื่อฟัง

54. แนะนำให้ทำชั่วดำเนินทันที"


“นี่คือ 54 ข้อกรรมชั่ว ที่ผู้ใดประพฤติผู้นั้นจะต้องถูกตรวจตราควบคุมเก็บกวาดให้เรียบ ไม่ให้เหลือไว้ในโลก"


"ข้าฯ มีเพียงคำเตือนให้มนุษย์ทั้งหลายปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจิตใจ ยังพอมีโอกาส จงรีบแก้ไขสำนึกในความผิดบาป เมื่อได้ยินได้รู้ข่าวนี้ให้เร่งกลับตัวกลับใจโดยทันที อย่ามัวรีรอจนกระทั่งภัยพิบัติมาประชิดตัว ถึงตอนนั้นจะวิงวอนร่ำไห้ให้ช่วยเหลืออย่างไรก็ไร้ผล จงสร้างบุญทำกุศลสะสมคุณความดีกันเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อหลบหลีกและเป็นเกราะกำบังวิบัติภัยทั้งหลาย"

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

ณ.พุทธสถานเฉิงเต๋อ ประเทศมาเลเซีย วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม 2548

"
กัปสุดท้ายกาลจวนเจียน เจ้ากรรมนายเวรติดตามทวงหนี้ ต่างก็รอบุญกุศล และให้โอกาสมาแล้วร้อยกว่าปี แต่มาบัดนี้ไม่มีใครสร้างบุญกุศลชดใช้ ไม่ตั้งใจปฏิบัติบำเพ็ญ

เจ้ากรรมนายเวรได้กราบทูลร้องขอความเป็นธรรมต่อพระองค์ธรรมมารดา พระแม่องค์ธรรมได้ตรวจสอบดู ก็เป็นเช่นนี้จริง จึงบัญชาให้เจ้ากรรมนายเวรติดตามทวงหนี้ประชิดตัวได้อย่างเต็มที่ทุกเวลาทุกวินาที ไม่ต้องมีการต่อรองเวรกรรมกับพระอาจารย์เหมือนที่เคยผ่านมาอีกแล้ว ใครมีหนี้กับใครก็จัดการทวงหนี้เลยได้ทันที


ศิษย์อย่าได้ชะล่าใจจะไมทันกาล ตอนนี้ต้องเร่งรีบส่งเสริมนำพาเวไนยปฏิบัติงานธรรม เน้นที่สุดส่งเสริมคนทั้งหลายปฏิบัติบำเพ็ญจริง ทุกๆขณะเวลาให้เห็นงานอริยะสำคัญกว่างานอื่นใด บัดนี้เป็นการร่อนตระแกรงฟ้าครั้งสุดท้าย ภัยพิบัติครั้งนี้มีเพียงแต่ผู้มุ่งมั่นปฏิบัติธรรมจริง จะมีชีวิตรอดและจะเป็นผู้เก็บศพเวไนย ภัยจะเกิดทุกวัน ให้ระวังทุกขณะ สิ่งใดที่มนุษย์สร้างขึ้นใหม่ก็จะกลับคืนสู่ธรรมชาติ สิ่งใดมาจากทะเลกลับคืนสู่ทะเล ภัยรอบตัวหน้าหลังซ้ายขวา


ศิษย์มั่นคงพร้อมไม่กลัว ต้องสำนึกด้วยใจจริงแท้ และจากนี้ไปการบำเพ็ญธรรมจะยากลำบากขึ้น ขอตั้งใจให้ดี


ศิษย์เอ๋ย บัดนี้พระอาจารย์ไม่อาจแบกรับหนี้กรรมให้ลูกศิษย์ได้อีกแล้ว โอกาสสุดท้ายแล้วในครั้งนี้ มุ่งมั่นทำงานธรรมะ เร่งรีบสร้างบุญกุศลบรรลุปณิธาน มุ่งมั่นทำงานฟ้า ฟ้าไม่ทอดทิ้ง"

พระโอวาทพระโพธิสัตว์กวนอิม

วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2548 ณ พุทธสถานเจิ้งเต๋อ กรุงเทพมหานคร

“ห่วงใย ใจฟ้า ก็คือ ใจของพุทธะที่ลุ่มหลงมานาน บัดนี้รู้ตื่นหรือยัง เมื่อรู้ตื่นแล้วเปรียบดั่งใจของฟ้า ฉะนั้นจงปรองดองใจแห่งฟ้านี้ให้เสมอต้นเสมอปลาย

เภทภัยในปลายยุคนี้มีมากหลายอยู่รอบๆตัวเราเอง อย่า ปล่อยให้ตนต้องเจอกับภัยเหล่านั้น ต้องระวังใจของตัวเองอย่าลังเลสับสน เที่ยงตรงดั่งฟ้าไม่เอนเอียง ภัยกล้ำกรายเพียงรอบนอก ภัยภายในใจ ภายในยังมั่นคงเสมอ ประคองไว้ตลอดไป”

เมธีทั้งหลาย อย่ารอช้า เร่ง โปรดเวไนยขึ้นเรือธรรมให้มากที่สุด เร่งสร้างบุญให้ตนเองให้มากที่สุด ขณะมีชีวิตอย่าดูแคลน ถึงเวลาจากไปย่อมไม่ลำบาก ขอให้ทุกคนจงโชคดี

โพธิสัตว์หวังว่าเมธีทั้งหลาย ร่วมบำเพ็ญลุล่วงปณิธานตน สำเร็จคืนพร้อมหน้าทุกท่าน...”