Showing posts with label เพลงพระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์. Show all posts
Showing posts with label เพลงพระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์. Show all posts

Saturday

เพลงธรรมะ ปลุกใจเวไนยคืนเดิม



พระโอวาท : พระอาจารย์จี้กง                                          ทำนอง : กุมภาพันธ์

ปลุกใจเวไนยคืนเดิม


บุญคุณแห่งฟ้าเบื้องบน ให้ชนเปลี่ยนโชคชะตา

ส่งธรรมบันดาลลงมา ให้ได้พบเจอกัน

โชคดีได้มีโอกาส รับรู้จิตธรรมชื่นบาน

ได้บำเพ็ญกันในช่วงเวลาที่ดี

ฝึกใจดั่งฟ้าเบื้องบน มอบใจเมตตากว้างไกล

ให้ศรัทธาเพียงแค่นั้น จะรักษายาวนาน

แม้ทุกข์ใจยังมีหวัง จะผิดพลาดพลั้ง มีธรรมข้างกาย

จดจำวันวาน ตอบแทนบุญคุณที่มี

* หากชีวิตนี้ต้องขาดธรรมไป ใจคงเดียวดาย

ชีวิตคงไร้ความหมาย และเหมือนไร้พลัง

ร่างกายที่เคยอดทน ก็คงไร้ซึ่งกำลัง

ไร้ซึ่งความหวัง ให้ฉ่ำและชื่นหัวใจ

แค่เพียงบัดนี้รู้ตื่นหนา มองภายในใจตน

แค่นึกไม่ทำให้เผลอ นานแค่ไหนจริงใจ

เร่งรู้และจงตัดกรรม ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด

คงรู้ใช่ไหมหลากกรรมในตนนั้นมี ยากหวนคืนเดิม

(ซ้ำ *)

CD-ต้นไม้แห่งศรัทธาเพลงที่ 3

เพลงธรรมะ ต้นไม้แห่งศรัทธา


พระโอวาท : พระอาจารย์จี้กง                               ทำนอง : ต้นไม้ของพ่อ
ต้นไม้แห่งศรัทธา

ศิษย์เราเอ๋ย ต้นกำเนิดธารน้ำนั้นที่ใด
เข้าใจจิตแห่งอาวุโส จิตงามดั่งร่มโพธิ์
หล่อเลี้ยงทุกดวงใจไว้ด้วยธรรม ก้มหน้าแบกรับภาระช่วยอาจารย์
กลั้นและเก็บจิตใจขื่นขม เบิกบานยามพบคนศรัทธามาเพื่อธรรมนำสุขใจ
เหนื่อยเพียงไหนไม่เอ่ยคำ จิตธรรมนั้นสูงใหญ่
ลมแรงเท่าใด ก็ไม่หวั่น ดั่งไม้ที่เติบโต
หยัดยืนเพื่อให้ร่มเงา คอยดูแลใจให้เรานั้นบำเพ็ญต่อไป
จนวันนี้ ได้ธรรมหล่อและเลี้ยงพึ่งพา
เมื่อใจป่วยธรรมคอยรักษา อย่าลืมยังที่มา
ตอกย้ำไว้ที่ใจว่าแทนคุณ ช่วยกันแบกภาระหน้าที่ธรรม
ต้านกรรมโปรดเวไนยหลุดพ้น สะพานแห่งเบื้องบน
จะมีศิษย์รักเคียงตลอดไป
* จากวันนี้แม้หมื่นปี
จิตธรรมที่ได้ปลูก
ต้องสวยต้องงดงาม พร้อมยิ่งใหญ่
ส่งเสริมและโปรดชน จากรอยอาจารย์ตั้งใจ
หากบำเพ็ญจริงใจ
ให้ดอกผลชูช่ออย่างงดงาม
( ซ้ำ * )
หากเราบำเพ็ญจริง
หลุดพ้นคืน
หากบำเพ็ญจริงใจ ให้ดอกผลชูช่ออย่างงดงาม

(CD-ต้นไม้แห่งศรัทธาเพลงที่ 1)

Monday

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


ท่านหลั่นไฉ่เหอต้าเซียนเมตตา



บำเพ็ญธรรมเริ่มจากตนต้องยอมก่อน

จึงส่องย้อนหาความผิดในจิตตน

แล้วเปลี่ยนแปลงตัดทิ้งสิ่งปลอมปน

ผลที่ได้จึงเรียกว่าบำเพ็ญธรรม



ก่อนทำกิจ จิตมุ่งมั่น มีจุดหมาย

จึงลงแรง ทุ่มเทไป อย่างมีหวัง

ดั่งปณิธาน ตั้งไว้ ยิ่งมีพลัง

รวบรวมจิต ศรัทธาขลัง มุ่งมั่นไป



รักษาศีล อยู่ในกฎ บทข้อห้าม

ทุกชั่วยาม มิอาจผ่าน ทางสายธรรม

ยับยั้งใจ กายวาจา การกระทำ

เป็นผู้นำ เหล่าเวไนย เลียนแบบเอย



น้อมจิตต่ำ คู่บำเพ็ญ อยู่เป็นนิจ

มิเคยคิด อยู่สูง ข่มผู้ใด

ยิ่งคล้อยต่ำ ยิ่งชี้ชัด เมตตาไซร้

รับรองด้วย ใจไสว ชนขานนาม



ผู้บำเพ็ญ ปฏิบัติตน อยู่ในธรรม

วาจาคำ สำรวม ทุกเวลา

คิดก่อนพูด มิกล่าวร้าย กับใดหนา

จึงสมญา ผู้บำเพ็ญ เช่นวันนี้



ใช้ขันติ ยับยั้ง พายุใจ

ให้สงบ มิหวั่นไหว ใจอดทน

ยอมถอยหลัง มิแข็งขัน จิตผ่อนปรน

จึงชนะ ใจคน ที่ตนวอน



หนักก็เอา เบาก็สู้ คู่ใจรัก

จิตประจักษ์ ความสุขใจ งานที่ทำ

แรกขยัน อาจลำบาก ต้องตรากตรำ

หลังขมผ่าน หวานชมเชย ได้กลับคน



จิตโพธิ มีแต่ให้ ไม่หวังผล

เมตตาดล บันดาลสุข แก่ผู้ให้

กายและใจ มีแต่ให้ แก่เวไนย

ยอมอภัย นี้คือหลัก เมตตาจิต



จิตเพียงหนึ่ง ทุ่มเทใจ ให้แก่ธรรม

มิฝักใฝ่ นำตัวตน ให้หลงวน

ด้วยมั่นคง กับจุดหมาย มิสับสน

ฝ่าฟันพ้น หลากปัญหา เด็ดเดี่ยวจริง



หมั่นศึกษา หลักพระธรรม เป็นพื้นฐาน

หากเกียจคร้าน ดวงปัญญา ฤาสร้างเสริม

อ่านแล้วคิด คิดแล้วทำจิตดีเริ่ม

เปลี่ยนแปลง ที่เลวร้าย ด้วยใฝ่ธรรม



ฟังธรรมมา เกิดปัญญา รู้ผิดชอบ

จิตครอบคอบ ตัดสินความ ตามเหตุผล

มิหลงผิด เดินตามทาง กฎแก่งหรรม

หลีกห่างพ้น วังมายา รู้ชอบเฉย



หลักแห่งการบำเพ็ญ 10 ประการ

1. ตั้งปณิธาน

2. รักษาศีล

3. จิตอ่อนน้อม

4. สำรวมสาม กาย วาจา ใจ

5. ขันติ

6.ขยันหมั่นเพียร

7.เมตตาจิต

8.มั่นคงเด็ดเดี่ยว

9.ใจใฝ่ธรรม

10.รู้ผิดชอบชั่วดี

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์

พระโอวาทขีณาสพอนุเคราะห์ชาวโลก


ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ พุทธสถานไท่ซิว กรุงเทพฯ

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ



--------------------------------------------------------------------------------

พุทธะกล่าวจิตแจ้งตื่นสัจธรรม สามารถนำชีวิตพบความสุขศานต์

พุทธานุภาพอนาวรณญาณ เชื่อมประสานระหว่างฟ้าโดยตรง

เราคือ

ขีณาสพอนุเคราะห์ชาวโลก รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมกายเคียมคัล

องค์มารดาแล้ว ถามศิษย์รักทุกคน สบายดีไหม

น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา



เห็นแจ้งถึงหลักธรรมสามารถก้าวสู่ครรลองบำเพ็ญ

เห็นแจ้งถึงการทดสอบสามารถก่อเกิดจิตสงบหนักแน่น

จึงกล่าวได้ว่ามีสติปัญญาแห่งจิตญาณ



เห็นแจ้งถึงความทุกข์ยากลำบากจึงช่วยพ้นเคราะห์กรรม

เห็นแจ้งถึงผู้คนต้องรู้จักฉุดช่วย

จึงกล่าวได้ว่ามีมหาเมตตาแห่งจิตญาณ



เห็นแจ้งถึงสภาพที่ลำบากมิกล่าวโทษ

เห็นแจ้งถึงการนินทาว่าร้ายมิกล่าวร้ายตอบสนอง

จึงกล่าวได้ว่ามีความสุขสงบราบรื่นแห่งจิตญาณ



เห็นแจ้งถึงแสงสียั่วยวนไม่เกิดความลุ่มหลง

เห็นแจ้งถึงทรัพย์สินเงินทองไม่เกิดความละโมบอยาก

จึงกล่าวได้ว่ามีความสุจริตซื่อสัตย์จริงแห่งจิตญาณ



เห็นแจ้งถึงคุณความดีก่อเกิดการดำเนินปฏิบัติ

เห็นแจ้งถึงความผิดแห่งตนสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไข

จึงกล่าวได้ว่าสูงขึ้นอีกขั้นในระดับแห่งจิตญาณ



เห็นแจ้งถึงปราชญ์อริยะผนวชจิตละเว้นผิดบาป

เห็นแจ้งถึงธรรมะสำเร็จธรรม

จึงกล่าวได้ว่าก่อร่างสร้างฐานอริยะแห่งจิตญาณ

เข้าใจไหม



คลื่นซัดสาดทะเลเชื่อมฟ้าคราม ทิวทัศน์งามมีใครบ้างไม่หลงใหล

โลกโลกีย์มีกี่คนปล่อยวางได้ พลิกผันใจทวนกระแสขึ้นฝั่งธรรม

ตัดฟุ้งเฟ้อให้บางเบามิเขลาจิต เมื่อชีวิตดุจมายาที่ลวงหนา

หากเปรียบชีพดุจประกายไฟนา สั้นนักหนาหาสิ่งใดฤายั่งยืน

มองกาลผ่านเร็วไวประดุจฝัน เท็จจริงปลอมแยกแยะพลันมิลุ่มหลง

ก่อนเคยเขลาดื้อรั้นหยิ่งทะนง น้อมจิตลงดั่งรวงข้าวเอิบอิ่มบุญ

ร่วมชุมนุมประชุมธรรมฟ้าคนร่วม บรรพชนร่วมตั้งใจธรรมสดับ

ยุคขาวฟ้าเมตตาย้ำกำชับ เรียกพุทธบุตรหญิงชายกลับแดนนิพพาน

ธรรมวาระปรกโปรดในครัวเรือนชาน วิสุทธิอาจารย์ประทานหนึ่งจุดชี้

หมื่นพันพุทธะชุบชูมวลชีวี ใช้โอกาสดีปฏิบัติธรรม

เติมชีวิตด้วยธรรมโอสถหนา ภายใต้ความวุ่นวายนาพึงสงบ

อาจารย์หวังยุคสุดท้ายศิษย์พานพบ จิตเดิมแท้เคารพด้วยความจริงใจ

อนุตตรธรรมต้องบำเพ็ญด้วยศรัทธา กัลยาณชนปณิธาณสูงส่งล้ำ

แนวทางปราชญ์มิห่างจากหลักธรรม พร้อมคุณธรรมทั้งแปดดำเนิน

ธรรมปรกโปรดฉุดช่วยแล้วอย่างกว้างใหญ่ ภายใต้โองการฟ้าประกาศิต

หมื่นพันพุทธะร่วมฉุดช่วยมวลชีวิต เหล่าเวไนยทั่วสิบทิศสนองคืน

ฟ้าสูงจูงจิตให้ใสสว่าง อยู่ท่ามกลางทะเลทุกข์โลกีย์นี้

มิแปดเปื้อนปฏิบัติคุณความดี สร้างบุญญาชดใช้หนี้เวรกรรม

ในวิถีธรรมบำเพ็ญเพียรมุ่งมั่น ตั้งปณิธานที่แน่วแน่ ดีแท้

ในความพยายามฟ้าเคียงข้างแล โอบอุ้มดูแลศิษย์รักปลอดภัย

น้ำตาที่กอบเกื้อต่อชีวิต อมฤตค่าล้ำเมื่อบรรลุผล

นำธรรมแผ่สะท้อนถึงผองชน หวังอาบอิ่มธรรมท่วมท้นทุกครัวเรือน

กราบลา

ฮา ฮา ถอย

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ประชุมธรรมชั้นฟื้นฟูพุทธจิตธรรมญาณ


วันอาทิตย์ที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ณ. พุทธสถานจิ้นเอิน อ. เมืองปาน จ. ลำปาง

เวลาประมาณ ๑๑.๑๐ - ๑๓.๑๗ น.



บนถนนโลกโลกีย์มีผู้คน เดินวกวนไปมาไร้จุดหมาย

บนเส้นทางฝักใฝ่ไร้ผู้ใด มีจิตใจเข้าใจตนอย่างแท้จริง

เราคือ

หันต้าเซียน รับบัญชาจาก

องค์ธรรมมารดาเจ้า เข้าสู่พุทธวิหาร แฝงกายก้มกราบ

องค์มารดาแล้ว ถามเมธีทั้งหลาย สุขสราญดีฤา

เมื่อโอกาสยังอำนวยให้ศึกษา รู้ที่มาการดำเนินแห่งชีวิต

รู้ความหมายความตั้งใจในใจคิด รู้ว่าจิตเป็นหนึ่งแต่แรกเดิม

การดำเนินในหนทางพุทธะนั้น มีทุกวันรู้ใส่ใจกับตนเอง

รู้กลัวเกรงสิ่งกระทำมีผิดไหม หากเข้าใจอย่างแท้จริงไม่มีผิด

มีเวลารู้หมั่นเพียรศึกษาจิต มีแนวคิดพิจารณาอย่างถูกต้อง

ให้สอดคล้องถูกทำนองที่หมายปอง ที่ไตร่ตรองอย่างถ้วนถี่สู่หนึ่งจิต

เมื่อคิดดีเมื่อพูดดีต้องทำดี จึงจะมีความหมายจริงของพุทธา

จึงจะรู้ในหนทางพระพุทธา จึงเดินมาสู่ประตูแห่งพุทธา

หากชีวิตยังมีอยู่รู้สู้ทน รู้อดทนฝ่าฟันอุปสรรคนานา

ในชีวิตศึกษาเป็นพระพุทธา ต้องรู้ว่าผ่านเคี่ยวกรำจึงได้ชม

หากถดถอยมิสู้ต่อแล้วยอมแพ้ ไม่มีแน่มรรคผลใดที่ปรารถนา

จึงทำให้จิตตนเป็นทุกข์หนักหนา ต้องลงมาถูกรับโทษที่นรกโลกันต์

เวียนว่ายไปไม่รู้จบไม่รู้สิ้น คอยแต่ดิ้นสู้ทนในโลกา

เป็นที่มาชดใช้กรรมมิหมดหนา ต่างได้มาเกิดตายเวียนว่ายมิสิ้น

เป็นเช่นนี้หลายหมื่นปีมิจบสิ้น มิรู้ดิ้นหาทางออกอย่างตั้งใจ

หากมีใจรู้บำเพ็ญจริงใจไซร้ มีหรือไม่มิหลุดพ้นกันเสียที

เมื่อแน่ใจก็จงรู้จับยึดมั่น สายทองนั้นยังรอคอยพวกท่านอยู่

จึงหวังท่านทุกคนจะคอยดู จะได้รู้ว่านิพพานเป็นเช่นไร

สุดท้ายนั้นล้วนขึ้นอยู่ที่ใจท่าน หากเนิ่นนานปล่อยใจไม่ศึกษา

ยิ่งนับวันหากหลงใหลในโลกา เป็นที่มาให้พวกท่านเวียนว่ายไป

กราบลา

พระมารดา มีโอกาสคงได้พบกัน

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์

บุญกุศลสร้างมาจงถนอม จิตนอบน้อมรักษานิรันดร์กาล


สัมพันธ์กันหมู่พี่น้องสุขสราญ ทุกทุกวันขับขานถึงหลักธรรม

วาระนี้ยุคสามได้มาถึง รับฟังหลักธรรมพึงหมั่นเตือนย้ำ

มาบัดนี้ได้รับซึ่งหลักธรรม หมั่นตอกย้ำจิตตนธรรมล้ำค่า

บรรจบกาลยุคสามใช่ง่ายดาย อย่าให้สายเร่งบำเพ็ญรู้รักษา

ได้เกิดกายเป็นมนุษย์โชคดีหนา ต้องนำพาให้กายนี้บำเพ็ญธรรม

มารับธรรมพร้อมศึกษาให้แจ้งจริง อย่าประวิงพาตนหลงถลำ

พบหนทางที่สว่างวิเศษล้ำ เร่งน้อมนำหลักธรรมเผยแพร่ไกล

เจออุปสรรคขวากหนามต้องฝ่าฟัน ต้องผจญพร้อมอดทนพบจุดหมาย

กันร่วมเดินเคียงบ่าพ้นเภทภัย ต้องมีใจสมานฉันท์ดั่งพี่น้อง

ณ วันนี้ได้ตื่นจากมายา อย่ารอช้าเร่งฉุดช่วยผู้ลุ่มหลง

สถานธรรมพักพิงใจเวไนยผอง ใจนิพิฏฐ์มิแบ่งสองกระจ่างนา

สร้างสิ่งที่ดีงามให้กับตน พร้อมฝึกฝนในสิ่งดีทุกเวลา

สมบุญและกุศลเปรมปรีดา รู้รักษาบุญกุศลพบหนทาง

มาฟังธรรมต้องนำไปปฏิบัติ เพื่อจะปัดเป่ากรรมให้เบาบาง

แต่บางครั้งเจออุปสรรคมาขัดขวาง จำต้องทนมิห่างธรรมหมั่นเตือนใจ

ครั้งอดีตกาลบำเพ็ญมา ต่างค้นหาพระวิสุทธิ์กระจ่างไข

ในวันนี้รับแล้วจิตสดใส ต้องมีใจแห่งธรรมทุกโมงยาม

บุราณก่อนบำเพ็ญธรรมยากลำบาก จงตระหนักน้อมตนเจริญตาม

เสียงร่ำร้องจากเวไนยอันทุกข์ตรม ที่ยังจมอยู่ในโลกอันมืดหมอง

เรียกให้เหล่าศิษย์ข้าประกาศธรรม อีกน้อมนำเวไนยให้รู้ตื่น

ขานเสียงรับพระธรรมจิตรู้ตื่น พร้อมกลับคืนบ้านเดิมที่จากมา

พุทธญาณเดิมทีวิสุทธิ์ใส น้อมรับธรรมขัดเกลาใจสะอาดนา

บุตรมารดาจุติสู่โลกา กิเลสพาลุ่มหลงพันธนาการ3

ร่วมมาฟื้นฟูจิตอันสดใส ชี้ทางไซร้ที่สว่างนิรันดร์กาล

ชุมนุมเหล่าผู้มีบุญในบุราณ ต่างเล่าขานพระธรรมเผยแพร่ไกล



พระโอวาทซ้อนพระโอวาท



บุญสัมพันธ์ วาระ มาบรรจบ

ได้มาพบ เจอกัน ณ สถาน

สร้างสมมา แต่ครั้ง ในบุราณ

เสียงเรียกขาน พุทธบุตร ร่วมชุมนุม

Wednesday

เพลงพระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์

เพลงพระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทานโดย : สงฆ์จี้กงอนุเคราะห์ชาวโลก 
ทำนอง : เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ(เฉลียง-เพลงประกอบภาพยนตร์ รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ)



     กาลยุคสาม  บำเพ็ญจึงไม่อ้างว้าง
เพื่อนธรรมร่วมทาง  ร่วมบำเพ็ญดั่งพี่น้อง
สร้างบุญบำเพ็ญ  พุทธาคุ้มครอง
ผุดผ่องฝึกฝนคืนนิพพาน
 
งานพุทธะ  คือช่วยเวไนยพ้นทุกข์
ปรกธรรมมุ่งหมาย ชนได้ตื่นใจไม่ลุ่มหลง
 ในโลกวนฝืนทวนกระแสใจ
โลกีย์เคี่ยวหลอม คืนพุทธา

*เมื่อร่วมบำเพ็ญจงเปิดใจ
ทุกวัยร่วมศึกษา ใจฟ้าไม่ผันแปร
ร่วมปณิธานปรกโปรดธรรม ชีวิตได้เปลี่ยนผัน
เปลี่ยนจากจิตตน เปลี่ยนความหม่นหมองให้หายไป
(ธรรมใกล้ใจ)

     **(ศิษย์จี้กง)พร้อมร่วมสร้างสรรค์ สรรค์สร้างสิ่งดี
อุทิศพลี ชีวีนี้เพื่อเวไนย  
ใจกว้างดั่งฟ้า วาจาอ่อนโยน
นำพระธรรม ปรกแผ่ทั้งสามภพภูมิ (ผาสุกเอย)

     เพียงไม่แพ้  แม้เจอปัญหานับร้อย
เพื่อนธรรมไม่น้อย  ยังคงคอยช่วยเหลือ
ยังปลอบโยนและให้กำลังใจ
นี่คือบ้านของผู้บำเพ็ญ
(ซ้ำ*,**,**)

_________________________________________________
ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน
ณ พุทธสถานไท่ผิง จ.ชลบุรี
วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553