Showing posts with label พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง. Show all posts
Showing posts with label พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง. Show all posts

Monday

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

สิ่งที่มนุษย์ทำได้ยากคืออะไร?         
ปล่อยวาง
สิ่งที่มนุษย์ข้ามพ้นได้ยากคืออะไร? 
อนิจจัง
สิ่งที่มนุษย์ฝ่าฟันได้ยากคืออะไร?    
อวิชชา
สิ่งที่มนุษย์ควบคุมได้ยากคืออะไร?  
โทสะอารมณ์
สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของมนุษย์คืออะไร? 
ชีวิต

Tuesday

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง คลื่นยักษ์ 1000 ฟุต

ใน ท่ามกลางความน่าสะพรึงกลัวของโลกใบนี้ ใยจึงไขว่คว้าหลงติดยึดอยู่ในกระแสโลกีย์อยู่เล่า มนุษย์ผูกติดอยู่กับธาตุทั้ง 5 ธรรมญาณลุ่มหลงในแสงสี หารู้ไม่ว่าอนิจจังมาเยือนอยู่ทุกขณะ หารู้ไม่ว่าชีวิตคนเราผันแปรขึ้นลงไม่หยุดนิ่ง เป็นเพราะเหตุ หรือเป็นเพราะผล เป็นเพราะความจำยอมที่ต้องเผชิญหรืออวิชาที่สร้างไว้…
ผู้คนมักกล่าวถึง “วันโลกาวินาศ” รู้เพียง “คลื่นยักษ์สึนามิที่มีรูปลักษณ์”
สามารถทำลายล้างบ้านเมืองให้พังพินาศ ฆ่าชีวิตคนและสัตว์มากมายอย่างไร้ความปราณี
แต่ “คลื่นยักษ์สึนามิที่ไร้รูปลักษณ์” คือ จิตโลภเพ้อฟันและตันหา
สามารถทำให้คนเราหลงอยู่ท่ามกลางชื่อเสียงลาภยศไม่จบสิ้น
โดยไม่รู้จักแสวงหาสัจธรรม บำเพ็ญจิตหล่อเลี้ยงญาณให้สว่าง ช่างน่าสลดใจยิ่งนัก !…
โลภ โกรธ หลง คือรากเหง้าของความกลุ้มกังวล คือบ่อเกิดแห่งความทุกข์ทั้งปวง…
ด้วยเหตุนี้ ผู้บำเพ็ญธรรมต้องดำรงจิตไว้ซึ่ง
“ไร้ความโลภจะสุขนิรันดร์ ไร้ความโกรธจะสงบสันติ ไร้ความหลงจะเข้าถึงทุกสรรพสิ่ง” เป็นบรรทัดฐาน
ทุกขณะจิตรักษาอายตนะหก เพียรบำเพ็ญปฏิบัติ รู้พอบังเกิดสุข ย่อมมีความวิสุทธิ์ไร้ติดขัด เช่นนี้จึงสามารถรับมือกับ “คลื่นยักษ์สึนามิในใจของตน” ได้…

Monday

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง - เครื่องมือ

คำคมที่ชื่นชอบ

1.พระโอวาทของพระพุทธะแห่งทะเลใต้ : ปัญญาสมบูรณ์
ปัญญาธรรมนำใช้ให้ถูกที่ มีเมตตาปราณีต่อสรรพชีวิต
สมบูรณ์ผลด้วยกระทำและน้อมจิต ร่วมอุทิศผลบุญงามพร้อมหน้าเอย

2.พระโอวาทของพระพุทธะจี้กง
โลกวิกฤตจิตมนุษย์ผุดดำว่าย คราบเวไนย์สลัดมิสิ้นหนา
ศิษย์วันนี้รู้ตื่นภายนาวา ก่อนสิ้นกาลประตูฟ้าปิดลงพลัน

3.พระโอวาทของมหาเทพซูตงปอ : รู้
ฟ้านั้นยิ่งใหญ่ ดินไร้แบ่งแยก
คนนั้นแก่งแย่ง มิแบ่งชนชั้น
ฉลาดรอบรู้ ควบคู่ดีชั่ว
อัตราตัวตน ดิ้นรนแสวงหา

4.พระโอวาทของพระพุทธะจี้กง : คุณธรรม 8
คุณธรรมส่องประกายเจิดจรัส
เกิดจากจิตสัมผัสใจพุทธา
เกิดจากภายในล้ำสร้างคุณค่า
คุณเบื้องฟ้าเลือกเฟ้นชนคุณธรรม

กตัญญูคุณธรรมธรรมข้อแรก แบ่งจำแนกหลายระดับเกิดจากใจ
มิแบ่งวัยอายุนามเผยความนัย แทนคุณไซร้ชีวีชีวิตมรรคความรื่น

พี่น้องปรองดองข้อที่สอง ร่วมประคองจูงมือกันทุกข์หยัดยืน
รู้อภัยรู้แบ่งปันธรรมฝึกปรือ จิตสมานกลมกลืนกันแม่ชื่นใจ

จิตจงรักภักดีต่อหน้าที่ ทำการงานเหมือนพี่น้องรักเจ้านาย
รู้เคารพรู้เข้าใจพร้อมอภัย เหตุนี้ไซร้จึงสุขทำงานดี

สัจจะวาจากล่าวออกมา จงรักษาสัจจาย้อนคิดพลี
ทั้งมุมมองลบหรือบวกตนคิดนี้ ความคิดที่คิดผิดไปสู่นรกานต์

จรรยามารยาทนอกในงาม จิตเกรงขามเคารพอาวุโสพลัน
การพูดจาการเดินและการกิน ล้วนสัมพันธ์กันทั้งสิ้นบำเพ็ญธรรม

มโนธรรมสำนึกรู้ผิดชอบ รู้จักขอบคุณฟ้าอุปสรรคล้ำ
ใช้ใจจริงวิสุทธิ์แท้จิตเดิมย้ำ อภัยแน่รู้เตือนย้ำสำนึกจริง

สุจริตเมตตาธรรมเดิมมีอยู่ แต่ผ่านมาชนผู้นี้กลับทอดทิ้ง
เพราะหวังผลประโยชน์ทิ้งทุกสิ่ง มิประวิงขอเพียงตนได้เป็นใหญ่

ความละอายต่อบาปกาลนี้ไร้ โลกเสื่อมโทรมลงทุกวันคนทำไป
มิเคยอายสัตว์สี่เท้ากลับทำลาย อันจิตใจมนุษย์เราน่าเศร้าเอย

5.พระโอวาทของพระพุทธะจี้กง
จิตเมตตา ก่อเกิด ซึ่งปัญญา
ใช้ปัญหา ต่างต่าง สร้างพลัง
จุดประกาย แสงทอง อย่าพลาดพลั้ง
เพื่อสรรสร้าง ความดี ในตัวตน

6.พระโอวาทของนาจาพร้อมเสี่ยวเชี่ยวเซียนถง
ย้ำเตือนตน มีสติ ตอกย้ำจิต
ย้ำความคิด ทางครรลอง ธรรมวิถี
ย้ำกระทำ ทางวาจา คิดสิ่งดี
ย้ำจิตนี้ ค้นหาจิต กวินเอย

7.พระโอวาทของพระพุทธะจี้กง
หนทางธรรมคอยชี้ทางสว่างไซร้ พร้อมแก้ไขอุปนิสัยที่ไม่ดี
คอยลบล้างหนี้กรรมชีวีนี้ มั่นธรรมนี้อย่าลุ่มหลงกันอีกเลย

8.พระโอวาทของพระโพธิสัตว์อนุศาสน์ : ย้อนมองส่องตน
ย้อนแหงนหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้า
มองเพลาดั่งสายน้ำที่รินไหล
ส่องโลกหล้าคือแสงอาทิตย์ไซร้
ตนเข้าใจพร้อมย้อนมองส่องตนฤา

9.พระโอวาทของพระพุทธะจี้กง
คุณธรรมปราชญ์โบราณเป็นเช่นไร
ศิษย์ข้าไซร้นอกในคิดล้วนต่างกัน
เหมือนจะมีดวงจิตที่อ่อนน้อม
จริงเท็จปลอมเป็นเช่นไรตนรู้เอง
เครื่องมือในการโปรดเวไนย
-ความจริงใจ
-ความเมตตา
-ความอดทน
เครื่องมือในการโปรดตนเอง
-จิตบริสุทธิ์
-จิตรักธรรม
-จิตย้อมมอง
เครื่องมือในการทำงานฟ้า
-ไร้เคลือบแฝง
-ไร้มลทิน
-ความอดทน
เครื่องมือในการฝ่าฟันอุปสรรค
-สติ
-ปัญญา
-มั่นคง
เครื่องมือในการสร้างมรรคผล
-บุญกุศล
-ปณิธาน
-คุณธรรม

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

อ.จางฉางหลวนได้มาผูกบุญสัมพันธ์เมื่อวันพุธที่ 23 มีนาคม 2554 ได้นำพระโอวาทของพระอาจารย์จี้กงมาร่วมศึกษา
  1. มีจิตที่สงบเพื่อขจัดความวุ่นวายฟุ้งซ่าน
  2. มีจิตที่ว่าง เพื่อเตรียมรับเรื่องราวที่พลิกผัน
  3. มีจิตที่สะอาด เพื่อตัดกิเลสตัญหา ไม่ให้เติบโต
  4. มีหนึ่งใจเดียวที่มุ่งมั่นปฏิบัติบำเพ็ญตลอดเวลา
  5. มีความเชื่อมั่นหนึ่งเดียวที่จะตอบแทนคุณและสำนึกคุณ
  6. มีเวลาอยู่กับตัวเองและเข้าใจตัวเองให้มากที่สุด
  • ปัญหา มีไว้ แก้
  • ปัญญา มีไว้ ใช้
  • อุปสรรค มีให้ ฝ่าฟัน

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

พระโอวาทสงฆ์จี้กงวิปลาส


ไท่หยานฝอถัง ยโสธร

24/3/50

@@@@@@@@@@@@@@@@

บำเพ็ญธรรมต้องเชื่อมั่นต่อธรรมะ

จึงบังเกิดปัญญาญาณแยกแยะมิลังเลสับสน

บำเพ็ญธรรมต้องศรัทธาใจจริงแท้

จึงบังเกิดพลังแรงอึดสู้ มีชีวิตชีวา

บำเพ็ญธรรมต้องไม่กลัวต่อการทดสอบ

จึงบังเกิดยกระดับจิตสูงขึ้น เมื่อพบเจอ

บำเพ็ญธรรมต้องมีความอดทน

จึงบังเกิดแรงไฟสุขุมยะเยือกเย็น

บำเพ็ญธรรมต้องรู้หน้าที่ตน

จึงบังเกิดการแบกรับอย่างเต็มที่ ไม่บกพร่อง

บำเพ็ญธรรมต้องมีจิตสำนึกคุณ

จึงบังเกิดปณิธานบรรลุคุณตอบแทนคุณ

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระโอวาทอรหันต์จี้กงวิปลาส

ประทานไว้ เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ พุทธสถานตระกูลคุ้มภัยเพื่อน จ.ประจวบคีรีขันธ์

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ



--------------------------------------------------------------------------------

ท่ามกลางอุปสรรคพบพันหมื่นครั้ง หวังศิษย์รักเอาอย่างดอกเหมยหนา

อากาศหนาวเย็นยิ่งสะพรั่งบานนา กำลังใจฮึดสู้ฝ่าทุกข์นั้นไป

คำนึงถึงศิษย์ยามใดห่วงใยนัก กี่คนบ้างที่ลำบากธรรมเบิกสร้าง

กี่คนบ้างที่เดินหลงผิดทิศทาง กี่คนบ้างแจ้งกระจ่างในธรรมแท้

เราคือ

อรหันต์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมกายเคียมคัล

องค์มารดา แล้ว ถามศิษย์รักทุกคนสุขสบายดีไหม

น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา

บุกเบิกสร้างสรรค์ชีวิตอันผาสุก ที่สุดคือบุญวาสนา

บำเพ็ญปฏิบัติธรรมไม่ลังเลหรือหวั่นไหว ที่สุดคือเท้าเหยียบดินยืนหยัดมั่นคง

สามารถรับผิดชอบต่อหน้าที่ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ที่สุดคือสัตยธรรม

บาปเวรกรรมสามารถไกล่เกลี่ยสลายได้ ที่สุดคือบุญกุศลกลมกลืน

สุดใจลงเรี่ยวลงแรงทุ่มเท ที่สุดคือเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในธรรมกิจแห่งพุทธะ

มีเมตตาธรรมคัดเลือกปราชญ์เมธีสำเร็จผล ที่สุดคือวีรอาจหาญกล้า

ถนอมรักษ์ชีวิต ที่สุดคือคุณค่าอันสูงส่ง

สู่โลกมหาเอกภาพ ที่สุดคืออุดมการณ์ปณิธาน

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่หนึ่ง ยิ่งบำเพ็ญชีวิตยิ่งผาสุกราบรื่น

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่สอง เผยแผ่ธรรมสู่เวไนยได้รุ่งเรืองกว้างไพศาล

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่สาม ฉุดช่วยชาวโลกเมตตารักสามัคคี

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่สี่ จงรักชาติ ถนอมรักษ์เบญจธัญชาติอย่างสมบูรณ์

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่ห้า กอปรความดี ห่างจากการแก่งแย่ง กดขี่ข่มเหง

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่หก รักษาพุทธระเบียบบำเพ็ญตนให้งามสง่า

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่เจ็ด ครอบครัวปรองดองอยู่กันพร้อมหน้า

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่แปด ชะล้างกิเลสเวรกรรมก่อนอื่น อุปสรรค โรคภัยจึงบางเบา

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่เก้า นำพาผู้ร่วมบำเพ็ญปฏิบัติธรรมอย่างสุดกำลัง

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่สิบ บรรลุอริยมรรคร่วมกันในกาลข้างหน้า

เข้าใจไหม





ศิษย์รักเอ๋ย.....

โลกยุ่งเหยิงถึงเพียงนี้ เจ้าจะไม่ประสีประสาได้อย่างไร จะไม่แกร่งกล้า บำเพ็ญธรรมได้อย่างไร อาจารย์ติดตามเคียงบ่าไหล่ ตลอดมา เฉกเช่นเงาที่ทอดยาวขึ้นตามดวงตะวัน



ศิษยรักเอ๋ย.....ศิษย์รักเอ๋ย.....ศิษย์รักเอ๋ย.....

จิตเวไนยยิ่งตกต่ำ ดุจท้องฟ้าที่มืดมิด ดุจจักรวาลที่ไร้แสงสว่าง เจ้าจะยังสนุกเพลิดเพลินเสพสุข อีกถึงเพียงไหน จงพินิจชีวิตตนในชาตินี้ ลิ้มรสชาติของความขมหวาน ได้ชื่นบานหรือยัง เคยชินบ้างหรือยัง แต่เหตุใดชีวิตยังมิรู้จักพอประมาณ จงพินิจพิจารณาให้จงดี อยากพบแดนอันสงบสุขในชีวิตนี้ แต่ทว่ามิยอมปล่อยวาง หรือจะพบตนที่แท้จริง วันนี้ได้มีบุญสัมพันธ์นับเป็นวาสนา ศิษย์ของอาจารย์พึงตระหนักให้ดี ดี หลักธรรมที่สดับ ได้ชี้นำพาอะไร ให้แด่ชีวิตศิษย์รักบ้าง ได้ชี้นำไตรรัตน์อันประเสริฐสุด ขอย้อนส่องตนพินิจคัมภีร์แห่งจิต มิได้ค้นหาที่ภายนอก หรือเปลือกนอก ฤๅรูปลักษณ์ ฤๅวัตถุ แต่ค้นหาที่จิตของตน ว่าหมั่นย้อนมองส่องเพียงใด ในชีวิตประจำวัน ต้องตั้งใจให้ดี ที่จะประพฤติทำความดี มิต้องกลัวว่าจะทำมิได้ชนะ ขอเพียงรู้จักชนะจิตใจตน ยิ่งกว่าชนะผู้อื่น หรือสิ่งทั้งหลาย

เข้าใจไหม

ศิษยรักเอ๋ย.....ศิษย์เอ๋ย.....

เจ้าจงบำเพ็ญตามปฏิปทาพระพุทธะพระโพธิ์สัตว์ อาจารย์นั้นร่วมเดินข้ามพ้นทุกกาลฤดูกับศิษย์รัก ขอเจ้าตั้งมั่นตั้งใจ อาจารย์เชื่อมั่นว่า ศิษย์ทุกคนเป็นอย่างพุทธะได้ไม่ยากเกิน.....คือพุทธะเดินดิน แผ่จิตเมตตา ภาวนาความสุขให้ทุกชีวิตได้ร่มเย็น อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ขอศิษย์รักนำพาธรรม และจิตศรัทธานี้ฉุดช่วย นั้นเป็นพอ

กราบลา

ฮา ฮา ถอย

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระโอวาทสงฆ์วิปลาสแห่งหนันผิง

ประทานให้เนื่องในโอกาสชั้นประชุมธรรม 2 วัน ณ ไท่เมี่ยว จ. บุรีรัมย์

วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ



--------------------------------------------------------------------------------

ศิลาสูงฝูงนกต่างบินกลับฟ้า ใครหนารู้ใจข้าเหลียวหามิเห็น

กาลคับขันหมั่นตรวจสอบการบำเพ็ญ ทุกข์ลำเค็ญคือเคี่ยวเข็ญให้เห็นธรรม

มิรู้ทุกข์มิอาจรู้ถึงธรรม ร่วมฉุดนำยุคปลายใจสะท้าน

หวังพบหน้าศิษย์น้อยคอยเนิ่นนาน เวลาผ่านเมื่อไรหนาเจ้าจะคืน

เราคือ

สงฆ์วิปลาสแห่งหนันผิง รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน แฝงกายเคียมคัล

องค์ชคัตตรยาพดง ถามศิษย์รักทุกคนสุขสบายดีไหม

ขอทุกคนจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา



ศิษย์เอ๋ย...ศิษย์รัก...

ความสุขมีให้สำหรับ ผู้รู้พอ

ความสำเร็จมีให้สำหรับ ผู้ทุ่มเทลงแรงจริง

โอกาสมีให้สำหรับ ผู้เตรียมตัวพร้อม

ภาระใหญ่มีให้สำหรับ ผู้ยอมแบกรับ

บุญบารมีมีให้สำหรับ ผู้อ่อนน้อมถ่อมตน



ศิษย์เอ๋ย...

แจ้งประจักษ์เหตุแลผล วนเวียนว่ายมาหลายกัปกัลป์ ทุกข์มากมายนั้น ยากทลายลงกำแพงแห่งทุกข์ ชีวิตคนยากหนาจะก้าวข้าม หากมิรู้ตนแท้จริง ชีวิตยากนักจะปล่อยวางทุกสิ่งอย่างบนโลกได้...จริงไหม

เข้าใจธรรม รู้นำปฏิบัติ ขจัดใจที่มัวหมอง กลัดกลุ้ม กังวล สับสน พะว้าพะวัง ตั้งสติในตนให้จงดี มีสติสมาธิ จึงก่อเกิดปัญญาญาณอันล้ำเลิศ จึงเฉิดฉาย รวมใจไว้รู้หยุดลงที่หนึ่ง สังวรสอนใจตน รู้พูดทำต้องเป็นหนึ่งให้ตรงเที่ยง

วิถีธรรมสืบทอดโดยพระอริยะ จะบำเพ็ญหรือไม่อยู่ที่ใจตน

ใจเที่ยงตรง คือ พุทธะ

ใจผิดเพี้ยน คือ มาร

ใจโลภ คือ เปรต

ใจหลง คือ เดรัจฉาน



ศิษย์พึงสังวร... วาระสุดท้าย มีกายให้รู้สร้างบุญกุศล บำเพ็ญจิตให้มั่นคง ให้ผ่านพ้นความหมองมัว กายใจ บริสุทธิ์ผ่องใสดั่งพุทธา วันข้างหน้าแน่นอน ศิษย์ย่อม คือ พุทธาได้



ศิษย์เอ๋ย...ศิษย์รัก...

ฟังธรรม ศึกษาธรรม จิตน้อมต่ำอย่ากระด้าง แต่ละคนต่างจิตใจต่างที่มา แต่ทว่า หากรู้ใช้ความแตกต่างมาส่งเสริมซึ่งกันและกัน มาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ย่อมกระทำให้เกิดความงดงามกลมกลืน แต่เมื่อใดใช้ความแตกต่างที่มีมาเปรียบวัด จิตใจย่อมขาดแล้วซึ่งความกลมกลืน ภายในไร้กลมกลืนภายนอกจะราบรื่นได้อย่างไร ให้คิดดู ทุกสิ่งอย่างบนโลก หากวางลงได้จริง บำเพ็ญจิตอริยา ย่อมสำเร็จได้แท้จริง



ศิษย์เอ๋ย...ศิษย์รัก...

จิตใจนี้บำเพ็ญรู้สำรวม จึงร่วมกับฟ้าเบื้องบนได้แน่แท้ ธรรมะนี้ใครมั่นคง ปณิธานจริงใจแท้ ย่อมก้าวไปถึงได้จริง กลัวเพียงว่า จิตใจไม่จริงแท้ ดูภายนอกดั่งผู้บำเพ็ญ แต่ภายในแฝงไว้ด้วยจิตฉาบฉวย ความมักง่าย จิตใจเช่นนี้ ยากที่จะสื่อถึงฟ้าเบื้องบนได้ จริงใจถึง ศรัทธาถึง ทุ่มเทถึง แน่นอนเบื้องบนย่อมหนุนนำถึงได้จริง



ศิษย์เอ๋ย...ศิษย์รัก...

เวลาน้อย กาลคล้อยลงมากแล้ว จิตดั่งแก้วใสสว่าง ให้พ้นลางเลือนเสียที อาจารย์เฝ้ามองดูพวกเจ้า จิตนี้เฝ้าอวยพร ให้ศิษย์รักสูงส่งด้วยอริยภาพภายใน เต็มเปี่ยมด้วยศักยภาพภายนอก นำทางเวไนยด้วยใจที่มุ่งมั่น ขันอาสายอมแบกรับ ยอมปรับเปลี่ยน พลิกแพลงได้ตามสถานการณ์ งานทางโลกงานทางธรรมดำเนินพร้อมกัน กลมกลืนไม่ขัดแย้ง

ศิษย์จงรู้ปฏิปักษ์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อจิตใจคือ....ความขัดแย้ง เมื่อไรที่เกิดความขัดแย้ง ภายในจิต ทุกสิ่งอย่างมิอาจจะราบรื่นได้ ศิษย์จงจำสัญญาต่อฟ้าเบื้องบน สัญญาต่ออาจารย์ รักษามั่นปณิธานแห่งใจตน ปณิธานไม่บรรลุ ยากจะคืนกลับได้จริงหนาศิษย์เอ๋ย



ศิษย์เอ๋ย...ศิษย์รัก...

ทุกเวลาทุกนาที ใจอาจารย์พะวงห่วงกลัว พวกเจ้าจะก้าวมิผ่านซึ่งขวากหนาม ศิษย์จงรู้ เมื่อใดเจ้ามืดมน เจ้ายังมีอาจารย์อยู่ตรงหน้า คอยสาดแสงนำทางให้พวกเจ้าอยู่เสมอ เมื่อไรที่เจ้าท้อใจ อาจารย์ยังอยู่ข้างข้าง คอยเป็นกำลังใจให้กับพวกเจ้าอยู่เสมอ เมื่อไรที่ต้องเสียน้ำตา ให้ศิษยาจงรู้ อาจารย์จะคอยปาดน้ำตา ให้พวกเจ้าได้ลุกขึ้นสู้ มิต้องกลัวกับสิ่งใด

ศิษย์พึงจำ อย่าได้เพียงความคิดเล็กคิดน้อยพาให้เจ้าไกลห่าง อย่าได้เพียงอุปสรรคที่พบเจอ พาให้เจ้าท้อบ่น หากเป็นเช่นนี้ อาจารย์คงเสียใจมากยิ่งนัก พึงจำหนา

ใจอาจารย์ คือ ศิษย์

ใจศิษย์ คือ ใจอาจารย์



จงรักษาตนให้จงดี จากกันวันนี้ วันหน้าพบพวกเจ้าทั้งหลาย หวังจะได้เห็นพวกเจ้า ยิ่งก้าวหน้า ยิ่งงดงาม ความสำเร็จของศิษย์ คือ ความภูมิใจของอาจารย์ ขอศิษย์รักทุกคนจงตั้งใจ

กราบลา

ฮา ฮา ถอย

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

พระโอวาทสงฆ์อนุเคราะห์ชาวโลก


ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรมชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้

ณ ฉงเต๋อฝอเอวี้ยน จ.นครปฐม วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ



--------------------------------------------------------------------------------

แสงสว่างชัชวาลกลางบรรพต หนึ่งจรดยอดภูผาพบทางกว้าง

ประตูธรรมเปิดออกก้าวหนทาง ชีพสว่างด้วยรู้ทางพ้นเอย

เราคือ

สงฆ์อนุเคราะห์ชาวโลก รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมกายเคียมคัล

องค์ชคัตตรยาพดงผู้เมตตา ถามศิษย์รักทั้งหลาย สุขสบายดีไหม

น้อมสงบจิต ฟังคำกล่าว

ฮาฮา



วิถีโลกโศกสุขคลุกเคล้าปน ชีพระคนร่วมหนทางกันเดินก้าว

ฝ่าชีวิตผ่านกระแสทั้งร้อนหนาว จิตสกาวยิ่งเข้าถึงซึ่งพระธรรม

ดิถีฤกษ์ธรรมาลงโปรดสามภพ กาลบรรจบพบธรรมอันยิ่งใหญ่

รู้น้อมรับสดับธรรมอย่างตั้งใจ วิถีฟ้าเกรียงไกรแลแยบคาย

ประตูเปิดกุญแจไขเผยปัญญา สว่างจ้าพบตัวตนอันจริงแท้

รู้วิถีแห่งจิตร่วมกระแส กาลเวลาผันแปรจิตเกรียงไกร

เมื่อศึกษาเข้าถึงสัจธรรม นำชีวิตพ้นตกต่ำได้จริงหนา

เมื่อรู้ทางตนแท้เดิมที่มา จักรู้ว่าต่อไปก้าวสู่ทางใด

ศิษย์ทั้งหลายในวันนี้ร่วมสถาน จิตสราญฟังธรรมผาสุกศานต์

เปิดฤทัยตนก่อนบวรญาณ พระนิพพานแท้มิไกลจากใจตน

ศึกษาให้กระจ่างในธรรมล้ำ รู้น้อมนำก่อเกิดบุญกุศล

ด้วยวันนี้ลงแรงปฏิบัติตน ก่อมรรคผลอันยิ่งใหญ่ในบั้นปลาย

กลางสถานร่วมชุมนุมงานพุทธะ รู้วางละความวุ่นวายในใจหนา

มิแอบแฝงความคิดใดใดนา วันนี้มาฟังธรรมให้เข้าใจ

มวลศิษย์รักร่วมบุญสัมพันธ์ฟ้า จิตพุทธาแท้มีอยู่ทุกคนหนา

รู้น้อมนำกระจ่างตนวัฒนา กลางดินฟ้าผู้ประเสริฐถนอมคุณ

ร่วมนาวาธรรมฟ้าร่วมแรงใจ ก่อเกิดกายบนโลกรู้คุณค่า

สร้างสิ่งที่ดีงามเพื่อโลกา ช่วยประชาผาสุกในชีวิน

ต้องเริ่มจากภายในจิตใจนี้ ศีลธรรมมีไว้มิขาดหาย

มโนธรรมสำนึกรู้ละอาย จริยธรรมนำใช้ในชีวิน

คุณธรรมประจำตนพึงสังวร กตัญญูก่อเกิดก่อนในใจนี้

รักเมตตาปรองดองเอื้ออารี ทุกชีวีล้วนพี่น้องญาณเดียวกัน

วันนี้มาบริสุทธิ์กายใจหนอ มิเพียงขอแค่บุญวาสนา

แต่รู้สร้างสิ่งดีงามเพื่อชนหนา จิตเมตตากรุณาเกิดจากใจ

สดับธรรมครบสองวันสูงส่งค่า เปลี่ยนชะตาชีวิตวัฒนายิ่ง

บรรพชนแลลูกหลานรับผลจริง มิประวิงคลางแคลงให้เสียการ

เมื่อได้มีโอกาสพบธรรมแล้ว ขอมิแคล้วรุดก้าวเดินให้ถึงหมาย

เร่งสร้างบุญชดใช้หนี้กรรมคลาย จิตไสวตื่นแจ้งธรรมล้ำค่าจริง

มวลศิษย์รักบุคลากรทั้งหลาย ขอตั้งใจเต็มกำลังในตนหนา

ในวันนี้จิตตั้งมั่นสิ่งใดนา พึงรู้ว่าต้องกระทำผลเกิดจริง

ดั่งเช่นธรรมหากมินำไปศึกษา ไยก่อเกิดปัญญาแจ้งความหมาย

เมื่อพบการทดสอบทำเช่นไร หากร่วงไปน่าเสียดายโอกาสดี

จึงพึงรู้ให้ตั้งใจธรรมศึกษา บำเพ็ญจิตชีวาผาสุกศานต์

ปฏิบัติงานธรรมตลอดกาล ทั้งนอกในกลมกลืนญาณจึงสมบูรณ์

รู้หน้าที่ทุกอย่างล้วนสำคัญ ตั้งใจทำผลอนันต์ก่อเกิดหนา

คิดน้อยใจมิใช่จิตใจฟ้า เพื่อประชาเพื่อเวไนยรุดก้าวเดิน

เมื่อวันนี้มีโอกาสได้บำเพ็ญ บรรลุเช่นอริยะพุทธะหนา

รู้ดำเนินตามรอยปฏิปทา พระคุณฟ้าบรรพจารย์ยิ่งใหญ่จริง

เมื่อพบทางโอฬารให้เดินก้าว รู้มีใจสกาวเที่ยงตรงหนา

รู้สิ่งใดถูกผิดพิจารณา รู้ปัญญามีพร้อมในใจตน

ศิษย์วันนี้ขออุทิศทุ่มเทจริง ผลแท้จริงจึงบังเกิดสมประสงค์

ปณิธานรุดก้าวหนทางตรง อุดมการณ์มั่นคงต้นจรดปลาย

ฟ้าดินมอบการอุ้มชูสรรพสิ่ง ด้วยใจจริงมิหวังผลใดใดหนา

คิดส่งเสริมอุ้มชูมวลประชา ให้จิตราไร้แอบแฝงใดใดเอย

หากศิษย์มีรักเมตตาเป็นพื้นฐาน คิดทำการสิ่งใดราบรื่นหนา

หากศิษย์มีศรัทธาจริงใจนา สะเทือนฟ้าร่วมพร้อมจะอุ้มชู

ขอศิษย์รู้ทุกย่างก้าวอาจารย์เคียง จิตใจให้พร้อมเพรียงกันเดินก้าว

ร่วมปรกโปรดงานฟ้าในยุคขาว ฝ่าร้อนหนาวสกาวจิตพินิจธรรม

เมื่อเวลาล่วงผ่านมิรั้งรอ จะวอนขอให้หยุดได้ไฉน

ชีวีคนมีเกิดดับสัจจาไซร้ รู้ครวญใคร่มิยึดมั่นในชีวา

รู้วันนี้ตั้งใจทำถึงที่สุด เปรียบประดุจเป็นแขนขาแห่งสวรรค์

ร่วมขับขานทำนองธรรมค่าอนันต์ ชีวีผันเสวยสุขนิรันดร์กาล

กราบลา

นิพพานเป็นสภาวะ

อันหมดกิเลสของจิต

จิตเป็นธาตุรู้

จิตไม่ตาย

เป็นอิสระแท้

จึงเป็นความสุข

เป็นอมตะนิรันดร์กาล

นิพพาน ปรม สุข

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

พระโอวาทสงฆ์จี้กงวิปลาส


ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ ไท่จง จ.กรุงเทพ

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยมนุษย์สัมพันธ์ ถ่อมใจกว้างขวางบ่มเพาะเลี้ยงธรรมญาณ


ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยการรักษาพุทธระเบียบ กลมกลืนสอดคล้องจริยธรรมวัฒนธรรม

ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยยิ้มแย้มแจ่มใส ผูกบุญสัมพันธ์ที่ดีงามอย่างกว้างขวาง

ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยการดำรงความศรัทธาจริงใจ เปลี่ยนแปลงกล่อมเกลาผู้คนทั้งหลาย

ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยปัญญาธรรมกระจ่างแจ้ง สร้างคุณธรรมและบุญวาสนาในหมู่ชน

ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน มีบุคลิกภาพที่สุภาพอ่อนโยน

ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยจิตใจรักเมตตา โลกมนุษย์สงบสุขร่มเย็น

ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยการเสียสละทรัพย์เป็นทาน ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้คนได้สำเร็จลุล่วง

ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยสัจวาจาที่เที่ยงตรง เปลี่ยนแปลงบาปกรรมสู่ความดีงาม
ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยมนุษย์สัมพันธ์ ถ่อมใจกว้างขวางบ่มเพาะเลี้ยงธรรมญาณ


ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยการรักษาพุทธระเบียบ กลมกลืนสอดคล้องจริยธรรมวัฒนธรรม

ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยยิ้มแย้มแจ่มใส ผูกบุญสัมพันธ์ที่ดีงามอย่างกว้างขวาง

ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยการดำรงความศรัทธาจริงใจ เปลี่ยนแปลงกล่อมเกลาผู้คนทั้งหลาย

ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยปัญญาธรรมกระจ่างแจ้ง สร้างคุณธรรมและบุญวาสนาในหมู่ชน

ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน มีบุคลิกภาพที่สุภาพอ่อนโยน

ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยจิตใจรักเมตตา โลกมนุษย์สงบสุขร่มเย็น

ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยการเสียสละทรัพย์เป็นทาน ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้คนได้สำเร็จลุล่วง

ผู้บำเพ็ญดำเนินธรรมด้วยสัจวาจาที่เที่ยงตรง เปลี่ยนแปลงบาปกรรมสู่ความดีงาม

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระโอวาทองค์ประธานคุมสอบสามภูมิ

เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2วัน ณ พุทธสถานไท่ฝอ (แพร่)

วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ

เฝ้ารอคอยหวังพบหน้ามวลศิษย์รัก ได้ประจักษ์ในธรรมแท้บำเพ็ญพ้น


ชีวิตจริงดำเนินมิอับจน ผลกุศลอุทิศให้มวลประชา

เราคือ

อรหันต์จี้กงอนุเคราะห์ชาวโลก รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมเคียมคัล

องค์มารดา แล้ว ถามศิษย์รักทั้งหลายสุขสบายดีไหม

น้อมสงบจิตตั้งใจฟังคำกล่าว

ฮา ฮา

เมื่อศิษย์รักสงบจิตลง ย่อมรู้ว่าโลกนี้งดงามนัก

เมื่อศิษย์รักสงบจิตลง ย่อมรู้ว่าฟ้าสดใส

เมื่อศิษย์รักสงบจิตลง ย่อมรู้ว่าหนทางกว้างใหญ่

เมื่อศิษย์รักสงบจิตลง ย่อมรู้ว่าทุกปัญหามีทางแก้ไข

เมื่อศิษย์รักสงบจิตลง ย่อมรู้ว่าธรรมานั้นล้ำคุณวิเศษ

เมื่อศิษย์รักสงบจิตลง ย่อมรู้ว่านำธรรมะมาใช้ในชีวิตได้อย่างไร

เมื่อศิษย์รักสงบจิตลง ย่อมรู้ว่าความรักเมตตานั้นช่างยิ่งใหญ่มิแบ่งแยก

เมื่อศิษย์รักสงบจิตลง ย่อมรู้ว่าจะส่งเสริมมวลเวไนยได้เช่นไร

เมื่อศิษย์รักสงบจิตลง ย่อมรู้ว่าสภาวะเดียวกับพุทธะเป็นเช่นไร

เมื่อศิษย์รักสงบจิตลง ย่อมรู้ว่าบำเพ็ญอย่างไรจึงบรรลุผล

เมื่อศิษย์รักสงบจิตลง พร้อมสำนึกพระคุณฟ้าดิน ดังนี้จึงเที่ยงตรง

เข้าใจไหม



ธรรมบำเพ็ญต้องอาศัยใจจริงแท้ ธรรมาแท้มิแปรผันแม้กาลผ่าน

เมื่อศิษย์รักพบอุปสรรครู้ก้าวข้าม พยายามด้วยปัญญานำดำเนิน

มีโอกาสพบธรรมโชคดียิ่ง มิประวิงห่วงหน้าพะวงหลัง

รู้ตัดโลภห่างลาภยศอนิจจัง จึงมิถูกกักขังในสามภูมิ

ศึกษาธรรมปฏิบัตินำขัดเกลา มิมัวเมาหลงกระแสโลกีย์ไซร้

ศิษย์รักรู้ถนอมจิตสงบใจ มิวุ่นวายจึงรู้สร้างค่าชีวิต

วันนี้มาเริ่มจากจิตตนก่อน งามบวรกอปรความดีหนีชั่วร้าย

สร้างบุญทานงามน้ำใจมิเสื่อมคลาย ผูกสัมพันธ์มวลเวไนยขึ้นเรือธรรม

ศึกษาให้เข้าใจหลักเหตุผล สัจธรรมมีต้นปลายให้รู้ชัด

วิธีดำเนินหนทางธรรมวิรัช ศิษย์รักรู้ขัดเกลาตนกายแลใจ

กาลยุคสามธรรมาลงกอบกู้โลก ช่วยรักษาจิตทุกข์โศกพบสุขแท้

ช่วยรักษาคุณธรรมฟื้นฟูแล ช่วยรักษาผู้พ่ายแพ้กระแสโลกีย์

หนึ่งจุดชี้แจ้งตื่นพ้นมัวเมา จิตสกาวปัญญาฉายส่องได้

จึงรู้แจ้งสรรพสิ่งชัดเจนไซร้ จึงบำเพ็ญพ้นเวียนว่ายคืนนิพพาน

เมื่อศิษย์รักร่วมครรลองแห่งฟ้านี้ สัมพันธ์มีศิษย์อาจารย์ชั่วกาลหนา

สายใยรักมิสิ้นสุดตลอดนา ร่วมนาวาธรรมฟ้าช่วยเวไนย

ศิษย์จงรู้ปณิธานแห่งตนก่อน จิตใจให้งามบวรเที่ยงตรงหนา

ยกระดับคุณธรรมแห่งตนนา ให้ก้าวหน้าขึ้นทุกวันจึงว่าดี

ยิ่งบำเพ็ญยิ่งสราญใจสุขยิ่ง ยิ่งบำเพ็ญยิ่งแจ้งจริงสิ่งทั้งหลาย

ยิ่งบำเพ็ญชีวิตยิ่งก้าวหน้าไกล ยิ่งบำเพ็ญยิ่งสุขใจในชีวัน

วันนี้มาพร้อมหน้าพบศิษย์รัก รู้ตระหนักพระคุณฟ้าล้ำลึกยิ่ง

รู้วันนี้บำเพ็ญตนแท้จริง รู้นำพาสรรพสิ่งพบแสงทอง

กราบลา

ฮา ฮา ถอย

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระโอวาทพระโพธิสัตว์ในชุดขาวแห่งทะเลทักษิณและอรหันต์จี้กงอนุเคราะห์ชาวโลก

ประทานให้เนื่องในโอกาสชั้นประชุมธรรม 2 วัน ณ สถานธรรมไท่จั้น อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ



--------------------------------------------------------------------------------

สู่โลการ่วมงานธรรมศักดิ์สิทธิ์ นฤมิตจิตเดิมแท้ปรากฎหนา

แสงส่องฉายจากปัญญามิดับนา รู้คุณค่าในวันนี้สดับธรรม

เราคือ

พระโพธิสัตว์ในชุดขาวแห่งทะเลทักษิณ รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมกชกร

องค์ชคัตตรยาพดงส์ผู้เมตตาแล้ว ถามปราชญ์เมธีทุกท่านสุขเกษมดีฤา

น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา

ธรรมกาลเคลื่อนสู่กาลยุคท้าย สาธุชนคนดีได้พบธรรมหนา

ร่วมบำเพ็ญร่วมกอบกู้โลกโลกา ในวันนี้พร้อมพาจิตเสรี

สดับธรรมด้วยจิตสงบใส เมื่อตั้งใจปัญญาฉายกระจ่างแจ้ง

ธรรมาย่อมพบค่าได้สำแดง อรุณส่องแสงฉายกลางกมล

เมื่อพบธรรมรู้นำปฏิบัติ หมั่นขัดเกลาจึงวิรัช ณ จิตนี้

ธรรมแท้จริงใช่อยู่ไกลจากฤดี ทุกชีวีย่อมบรรลุคืนนิพพาน

เมื่อชีวิตอยู่กลางโลกทั้งโศกสุข เมื่อล้มลงจึงรู้ลุกหยัดยืนได้

เมื่อรู้ทุกข์จึงรู้สุขหาธรรมไซร้ เมื่อวันนี้ยังหายใจรู้ก้าวเดิน

ธรรมานั้นอยู่ใกล้ตนในชีวิต นำลิขิตอนาคตแห่งตนได้

วันหน้าหวังพบผลในสิ่งใด วันนี้ไซร้รู้เริ่มลงแรงเอย

เมธีปราชญ์มิประมาทในชีวิต รู้พิชิตอุปสรรคที่พบหนา

รู้ชนะในตนก่อนบวรนา จึงนำพาชีวิตได้จำเริญ

พบหนทางอันกว้างใหญ่มากเมตตา รู้เดินหน้าจึงสัมผัสความล้ำนั้น

หากวันนี้ยังลังเลอาจมิทัน ช่วงชีวิตนั้นสั้นยากยืนยง

จึงควรรู้นำเวลาอันน้อยนิด มาลิขิตชีวิตอนรรฆค่า

โลกวันนี้วุ่นวายมากมายา ท่านเมธารู้สงบปัญญาธรรม

จึงกระจ่างแจ้ง ณ ตนดำเนินก้าว จึงสกาวในวันหน้าถึงจุดหมาย

จึงสร้างค่าชีวิตได้ยิ่งใหญ่ จึงน้อมนำมวลเวไนยได้หวนคืน

ประชุมธรรมจิตน้อมนบฟังธรรมแท้ สำนึกคุณฟ้ามิแปรตลอดหนา

สำนึกคุณบรรพจารย์สืบพงศา สำนึกคุณอาวุโสได้อุ้มชู

บำเพ็ญธรรมอยู่ในโลกพบโศกบ้าง แต่สว่าง ณ ถ้ำกลางปัญญาฉาย

ย่อมได้รู้ทุกข์หนึ่งครั้งสุขยิ่งใหญ่ ผ่านพ้นได้รับมรรคผลงามนิรันดร์

กราบลา

ฮา ฮา ถอย





หมายเหตุ :

วิรัช แปลว่า ปราศจากธุลี ,ไม่มีมลทิน ,บริสุทธิ์ , สะอาด

อนรรฆ แปลว่า ประมาณค่ามิได้ ,เกินที่จะประมาณราคาได้

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระโอวาทสงฆ์จี้กงวิปลาส

ประทานเนื่องในโอกาสชั้นเรียนประชุมธรรม 7 วัน ณ ไท่หลินฝอเอวี้ยน จ.มุกดาหาร

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ





--------------------------------------------------------------------------------

หากชีวิตหนึ่งไม่เห็นแต่ตัวเอง ย่อมเป็นผู้ที่รู้แจ้ง

หากชีวิตหนึ่งไม่ถูกต้องแต่ตัวเอง ย่อมเป็นผู้ที่ชัดเจน

หากชีวิตหนึ่งไม่ดีเด่นแต่ตัวเอง ย่อมเป็นผู้ที่มีความชอบ

หากชีวิตหนึ่งไม่โอ้อวดแต่ตัวเอง ย่อมเป็นผู้ที่ยืนยาว

เราคือ

สงฆ์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน เคียมคัล

องค์มารดาผู้เมตตา ถามศิษย์รักทุกคนสุขสบายดีไหม

ขอทุกคนจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา



หวังศิษย์จงจำ ศิษย์จงจำสัญญา บอกลงสู่โลกาจะนำพาผองชน

มั่นคงเด็ดเดี่ยวหยุดใจ เลื่อนลอย จุดหมายใจคอย มั่นชะรอยอริยา

ขอเจ้าจงจำ เจ้าจงจำสัญญา รู้ชีวิตที่มาถึงเวลาตื่นหนอ

อุดมการณ์ใหญ่ ความตั้งใจให้พออย่ามัวลอยคอคืนหนอจิตพุทธา

จงได้มั่นคงเข้มแข็ง หัวใจให้แกร่งล่ะเหมือนดั่งหินผา

ลมฝนกระหน่ำอาจช้ำเสียน้ำตา มั่นคงศรัทธานำพาเจ้าพ้นไป

ทุ่มเทสุดใจ ทุ่มสุดใจสุดแรง สำนึกผิดเปลี่ยนแปลงส่งแรงรักจริงใจ

ปลุกคนผู้เศร้าฝ่าทุกข์เขลาเดียวดาย จิตพุทธาคืนได้อย่าพ่ายจิตใจคน



ทำนองเพลง โนบรา โนราห์



ผู้ที่ชอบแก่งแย่งคือผู้ที่มีจิตใจอ่อนแอ

ผู้ที่ชอบแก่งแย่งความร่ำรวยคือผู้ที่จิตใจยากจน

ผู้ที่ชอบแก่งแย่งอำนาจคือผู้ที่จิตใจวุ่นวาย

ผู้ที่ชอบเอาหน้าคือผู้ที่ไม่มีความดีให้เอาหน้าจริง

ผู้ที่ชอบสั่งสมคุณธรรมความดีคือผู้ที่มีความสุขตลอดกาล



( เข้าใจไหม )



ศิษย์รักเอ๋ย…

ศิษย์รักเอ๋ยชีวิตคนบนโลกต่างไขว่คว้าดิ้นรนมิหยุดนิ่ง จิตใจอยากมิรู้พอ ไขว่คว้าหนอไขว่คว้า สุดท้ายศิษย์ได้อะไรบ้าง? ทรัพย์สินเงินตรายศถาตำแหน่ง เปรียบได้ดั่งฝุ่นธุลี ลมพัดมาก็จางหาย เหลือไว้เพียงความว่างเปล่า ไยต้องไขว่คว้าจนจิตใจวุ่นวาย สังคมทั่วไปติดค่านิยมว่าปริญญาคือสิ่งที่สูงที่สุด แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถนำปริญญามาแสดงให้เห็นถึงหลักสัจธรรมได้ ชีวิตคนต้องรู้อะไรจริงอะไรปลอม ชีวิตจริงคุณค่าอยู่ตรงไหน? ศิษย์รู้บ้างหรือเปล่า? เข้าใจถึงธรรมแท้อย่าได้ดูเพียงภายนอก มองคนมองสิ่งใดอย่าได้มองเพียงเปลือก



หวังศิษย์รัก…

ผู้มีปัญญาจะเข้าใจความหมายอันแท้จริง ชีวิตหนึ่งต้องรู้ยึดหลักคุณงามความดี ปฏิบัติตลอดชีวิตยึดคุณธรรมในการดำเนินก้าว ตำแหน่งสูงยิ่งต้องอ่อนน้อมอย่าได้หยิ่งยโส เป็นผู้น้อยยิ่งต้องสำรวมตนบำเพ็ญ จิตอ่อนน้อมเป็นบุญ เห็นผู้คนเสมอภาคเป็นกุศล ทุกคนต่างได้เรียนรู้ในชีวิตการก้าวเดินหากขาดแคลนซึ่งคุณธรรม แม้ว่าจะมากด้วยความสามารถ ความฉลาด สักวันต้องสะดุดล้มลงได้



หวังศิษย์รัก…

เปิดจิตใจก้าวเดินออกมาศึกษา ต้องให้รู้จริงปฏิบัติ จึงไม่ผิดเพี้ยน รักษาตนอ่อนน้อมดำเนิน กตัญญุตาธรรม สำนึกในพระคุณฟ้าเบื้องบน สำนึกในพระคุณผู้มีคุณ ตระหนักในมโนธรรมสำนึกแห่งตน คงพลานุภาพอันยิ่งใหญ่ภายในตนตลอดเวลา



หวังศิษย์รัก...

ได้ใส่ใจคนรอบข้าง ร่วมผลักดันพลังธรรมให้แผ่กำจาย ให้ทุกคนได้ร่วมสาธุการในงานครั้งนี้ ศิษย์รักเจ้ายังเยาว์วัย เป็นบุคลากรที่สร้างสรรค์ได้ มีพลังแห่งการก่อเกิดจะให้เจ้าเหนือกว่าสามัญชน เจ้าต้องตั้งใจมั่นคงอย่างจริงแท้ ต้องรู้รักษาตนให้ห่างจากที่ไม่ควรไป ไม่มองในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ทำในสิ่งที่ผิดจรรยา เจ้าจะต้องควบคุมกายใจตนให้ดี ยกพลังพลานุภาพอันเที่ยงตรงออกมาสู่ชนผอง อยู่นอกบ้านต้องรับผิดชอบต่อตัวเองให้ดี จึงจะไม่ผิดต่อการภาวนารอคอยของพ่อแม่ ขอศิษย์รักทำเพื่อชนจะได้ไหม?



ก่อนจากกันฝากผลไม้เป็นกำลังใจให้กับแม่ครัวผู้เหนื่อยยาก ศิษย์ต้องรู้สำนึกคุณตลอดเวลา



( เข้าใจไหม )

เพียรบำเพ็ญปฏิบัติขจัดมลทิน ให้สูญสิ้นจากใจใฝ่ธรรมแท้

อุดมการณ์มั่นคงแลแน่วแน่ จิตผันแปรต้องพ่ายแพ้มารผจญ

ใจจะต้องมีทิศทางอันชัดเจน ทำให้จริงมิใช่เล่นเป็นแก่นสาร

ชีวิตนี้มีแต่ทุกข์ทรมาน ก้าวพ้นผ่านจึงจะรู้สุขแท้จริง

อย่ายึดตัวว่าเก่งมิยอมรับ มองตนเต็มต้องพบกับการที่พร่อง

หนึ่งหนทางอาจารย์ชี้นำครรลอง ก้าวได้ถึงจะต้องอยู่ศิษย์เดิน

หวังศิษย์รักหว่านเมล็ดพันธุ์พุทธะ ด้วยมานะพากเพียรอดทนสู้

ประสบการณ์ในชีวิตให้เป็นครู คอยเรียนรู้จนก้าวสู่นิจนิรันดร์

กราบลา

ฮา ฮา ถอย

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระโอวาทสงฆ์จี้กงวิปลาส

ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ สถานธรรมไท่ฉิน จ. กรุงเทพ

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ



--------------------------------------------------------------------------------

จิตเข้าถึงธรรมสว่างกระจ่างแจ้ง

เมื่อสว่างกระจ่างแจ้งที่สุดคือความจริงใจ

จิตเข้าถึงธรรมจริงแท้แน่นอน

เมื่อจริงแท้แน่นอนที่สุดคือความอบอุ่นผาสุกชีวิต

เราคือ

สงฆ์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมกายเคียมคัล

องค์ชคัตตรยาพดง ถามศิษย์รักทุกคนสุขสบายดีไหม

น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ รักษาความศรัทธาแรกเริ่มไว้

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ บำเพ็ญจริงปฏิบัติจริงให้บรรลุผล

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ ไม่แอบแฝงเสแสร้งหรือมีเจตนาเท็จ

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ จะมั่นคงในศรัทธาบำเพ็ญธรรมยั่งยืน

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ ไม่ดูหมิ่นดูแคลนธรรมะหรือบุคคลอื่น

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ อ่อนน้อมถ่อมตน

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ ไม่เย่อหยิ่งแข็งกร้าว

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ มีจิตสำนึกคุณ

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ มุ่งมั่นฉุดช่วยเหล่าเวไนยที่ลุ่มหลง

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ มีชีวิตผาสุกราบรื่น

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ น้อมตอบแทนคุณบิดามารดา ปรนนิบัติสุดจิตสุดใจ

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ แคล้วคลาดอันตรายต่างต่างนานา

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ ยินดีละลายบาปเวรกรรม

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ ละโลภโกรธหลงให้หมดสิ้น

ไม่ว่าเรื่องอะไรขอเพียงแต่ศิษย์ หนักแน่นยึดหลักธรรมบำเพ็ญ สมถะสามารถบรรลุอริยมรรค

( เข้าใจไหม )



ชีวิตคนเปรียบละคร คุณค่าอยู่ที่คุณความดี มิได้อยู่ที่เนื้อหาสั้นหรือยาว ชีวิตศิษย์ก็เช่นกัน ได้เกิดกายอันประเสริฐสุด จงตั้งใจประพฤติคุณงามความดี ให้เป็นทุนหนุนเสริมชีวิต ได้ดำรงในชาตินี้อย่างผาสุกสู่ชีวิตอันสว่าง ด้วยรู้จักยึดหลักธรรม นำพาปฏิบัติให้ประจักษ์จริงต่อชีวิตตน ธรรมะไร้รูป รู้ละวาง รู้สู่ว่าง จางมลายจิตอกุศล ว่างจากกิเลส จิตสู่สภาวะธรรมชาติเดิม

แดนโลกียะรู้จักที่เรียนรู้ เพื่อจะนำพาจิตพ้นข้าม จากห้วงทุกข์ด้วยหนทางอนุตตรธรรม ขอเพียงศิษย์รักศึกษาจริง ค้นหาคัมภีร์แห่งจิตได้รู้สภาวะดั่งเดิมแห่งพุทธะ ได้โดยอาศัยกายเนื้อที่ศิษย์ดำรงอยู่ เจริญธรรมรักษาศีล มีความสงบ สมถะ ตัดละเลิกอบายมุขทั้งหลาย ด้วยตั้งนะโมแห่งจิตตน



ขอมวลศิษย์ ศึกษาธรรมได้อย่างเข้าใจ โดยพื้นฐานจิต พุทธะนั้น เสมอภาค มิได้แบ่งชนชั้น แต่ต้องรู้จักสร้างกุศล

คุณธรรมบารมีวาสนาให้แด่ตนเองและบรรพชน



วันนี้เข้าประชุมธรรมสะเทือนทั่วสามภพ ขอศิษย์ทั้งหลายตระหนักอย่าดูเบาหรือขบขันเห็นเป็นเรื่องล้อเล่น หากมิใช่เพราะฟ้าเมตตาหรือบุญญาถึง มิอาจได้รับหนึ่งจุดชี้จากพระวิสุทธิ์อาจารย์ จงนำพาไตรรัตน์อันวิเศษ ย้อนมองส่องตนกำราบจิตมาร กล่อมเกลาฝึกฝนอย่างพุทธะโพธิสัตว์

( เข้าใจไหม )



ความในใจยากเอื้อนเอ่ยหนาศิษย์รัก อาจารย์รู้ว่าศิษย์ทุกคนต่างพบกับการทดสอบ แม้จะพบการสอบเพียงไร แต่สิ่งหนึ่งที่อาจารย์ไม่เคยลืม คือ คำมั่นสัญญา ที่ศิษย์รักจะบำเพ็ญธรรม... ปฏิบัติตนเป็นคนดี จะฉุดช่วยเวไนยสัตว์ตามปณิธานตนที่ตั้งไว้ อาจารย์เฝ้ารอคอยมิเคยห่างไกล ขอเจ้าจงเชื่อมั่นแท้



ก่อนจะจากกันทุกหน้าที่ ได้กระทำล้วนเป็นงานฟ้าเบื้องบน หนึ่งนาทีได้อุทิศเสียสละ อาจารย์นั้นสุดแสนแท้ยินดี หนึ่งวัน หนึ่งเดือน และหนึ่งปีหรือตลอดไป ศิษย์รักก็ยังคงคือลูกศิษย์แห่งพุทธะ ขอจงน้อมนำจิตศรัทธาปรกโปรดชน ตามปณิธานตน อาจารย์เชื่อมั่นว่า ณ วันพรุ่งนี้กุศลคุณงามศิษย์จะเบ่งบานหอมขจรไกล



กราบลา

ฮา ฮา ถอย

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

เป็นพุทธะ ยากลำบากจริงหรือ ?


แท้จริง ปฏิบัติ ดำเนินกิจพุทธะเช่นไร ก็สำเร็จเป็นพุทธะเช่นนั้น



1.ใสสะอาด ปราศจากราคะ หกตัณหา

คือพุทธา บริสุทธิ์ พิสุทธิ์ใส

2.จิตดำรง ครองความมั่น คงญาณใจ

คือพุทไธ ที่คงมั่น ไม่สั่นคลอน

3. ใจฮึกเหิม เริ่มยโส โตเก่งกาจ

คงไม่อาจ เป็นพุทธะ ที่สูงส่ง

4.วิริยะ อุตสาหะ หาญดำรง

ชาญยรรยง คงพระพุทธ ผู้เกรียงไกร

5.แกร่งเก่งกาจ เป็นพุทธะ วชิระ

ไม่ถอยละ กับผองมาร ร้อยกรายกล้ำ

6.เป็นพุทธะ ปราศมลทิน สิ้นด่างดำ

ไม่ถลำ ทำตัวตก จมปลักโคลน

7.เป็นพุทธะ ผู้พรั่งพร้อม บารมี

ทำได้ที่ บริจาค ทานทั้งหลาย

8. เป็นพุทธะ อนุศาสน์ โปรดเวไนย

พูดบรรยาย บอกหลักธรรม นำผู้คน

9. รู้หนทาง พ้นเวียนว่าย เหนือวัฏฏะ

คือพุทธะ รู้ตื่นแจ้ง ญาณกลมใส

10.สิ่งผิดธรรม ไม่มองตาม อำเภอใจ

คือพุทไธ ที่เนตรใส วิสุทธิ์จริง

11.สิ่งผิดธรรม ไม่กระทำ ก่อกรรมจิต

ไม่ไหวคิด พุทธะจิต สกาวใส

12.สิ่งผิดธรรม ไม่พูดพลั้ง เผลอออกไป

เป็นพุทไธ วาจาสัตย์ น่าศรัทธา

13.ไม่วิตก หวาดหวั่น พลันหมองหม่น

พุทธะพ้น บ่วงกังวล พ้นโศกศัลย์

14.ช่วยชี้แนะ นำหนทาง เจิดจรัล

พุทธะนั้น พุทธาจารย์ ผู้ชี้นำ

15. ช่วยเยียวยา รักษาโรค พยาบาล

อภัยทาน เป็นพุทธะ พระโอสถ

16.สร้างคุณงาม ก่อความดี ไม่ละลด

รับประณต จากผู้คน พระมงคล

17.แพร่เสียงบุญ ข่าวสวรรค์ ให้กว้างไกล

คือพุทไธ สิงค์คำราม สนั่นไหว

18.แม้ตัวตาย ชื่อคงอยู่ ตลอดไป

จึงยิ่งใหญ่ เป็นพุทธะ นิจนิรันดร์



รัตนวัจนาพระพุทธะจี้กง

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระโอวาทหนึ่งในแปดเซียนหลี่เถียไกว่และอรหันต์จี้กงวิปลาส

เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ พุทธสถานซิ่นอี้ ไต้หวัน วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ



--------------------------------------------------------------------------------

ศุภวาระวิเศษยิ่งธรรมยุคขาว ชีวิตสกาวเปี่ยมล้นพบวาสนา

ธรรมพรมฉ่ำชื่นทุกวัยสุขชีวา เชื่อมันศรัทธาในธรรมะแท้จริง

เราคือ

หนึ่งในแปดเซียนหลี่เถี่ยไกว่ รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมกายกฤษฎาณชวลิต

องค์มารดาแล้ว ถามปราชญ์เมธีทุกท่านสราญดีฤๅ

น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา

ค้นหาจริงธรรมญาณเดิมแท้ กรัชกายอาศัยแลสร้างกุศล

การบรรลุธรรมะนั้นได้ด้วยต้น การฝึกฝนเยี่ยงพุทธะต้องพากเพียร

การปฏิบัติบวชจิตอยู่ในบ้าน องค์ประธานควบคุมใจสงบมั่น

ประภาคารส่องทางเรือขึ้นฝั่งกัน นกเป็ดน้ำได้คืนรังนานจากมา

สู่อ้อมอกอันอบอุ่นพระมารดา สู่สถานธรรมแห่งฟ้าสูงส่ง

ปรกฉุดช่วยกาลนี้ช่วยคนหลง ให้ชีวิตได้ดำรงศีลธรรม

แม้นชีวิตขึ้นลงจงกุมจังหวะ รู้ขยันประหยัดจัดสรรค์สร้าง

คุณธรรมคุณค่าตนแผ้วถากถาง ได้พบฝั่งพระนิพพานกลางจิตใจ

การขอรับวิถีธรรมยุคสาม เพื่อรู้จักชีวิตแท้ของตนหนา

รู้รากเดิมบำเพ็ญจริงได้พัฒนา ศักยภาพชีวาของมวลชน

การบำเพ็ญมิขัดต่อมนุษยธรรม เพียงกระทำมิผิดบาปรักษาศีล

มนุษยธรรมพื้นฐานจิตธรรมอาจิณ อยู่เนืองนิจคุณความดีช่วยมวลชน

ขอวันนี้จงตระหนักจิตครวญใคร่ รู้หนทางอย่าดูดายมิเดินก้าว

ช่วงชีวิตคนสั้นหนักอย่าโง่เขลา จงรู้แจ้งในรากเหง้าอนุตตรธรรม

กราบลา

ฮา ฮา ถอย





พบพานศิษย์กาลจำเพาะธรรมลงปรก ศิษย์ได้รับมหาโชคดีแท้

จงถนอมบุญสัมพันธ์มิผันแปร เดินมุ่งสู่สัมมาแท้โพธิญาณ

เราคือ

อรหันต์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมเคียมคัล

องค์มารดาแล้ว ถามศิษย์รักทั้งหลายสบายดีไหม

น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา

รักปรองดองครอบครัวผาสุกจิต มวลชีวิตมิขาดธรรมย่อมสุขศานต์

แต่ทว่าโลกวันนี้วุ่นวายกัน ดุจจิตใจมิคงมั่นการบำเพ็ญ

กว่าจะรู้ว่าศรัทธาอาจสายเกิน ต้องเผชิญอุปสรรคมากเพียงไหน

จิตมุ่งอยู่แต่เพียงได้คว้าไขว่ รูปวัตถุอยู่มิวายในโลกีย์

เมื่อวันนี้มีผู้นำชีวิตแท้ จงรู้จักปรับแก้อนุสัย

มองโลกกว้างมิขาดด้วยคุณธรรมใจ มิขาดด้วยแบ่งปันให้อยู่ร่วมกัน

ด้วยบุญญาเหตุปัจจัยจึงพบธรรม ในบางครั้งธรรมสงสัยและกังขา

มิจฉาศาสน์ลัทธิมารฤๅไม่นา ฤๅศาสน์ใดแท้นาที่พบเจอ

ให้ศิษย์จงพินิจตรองหลักเหตุผล ความเป็นจริงแห่งตนอันประเสริฐ

ล้วนต้องเพียรคุณความดีเพื่อบังเกิด กว่าจะหลุดเกิดตายได้เนิ่นนาน

ในอดีตพุทธประวัติได้กล่าวไว้ นิรมานสูตรเพียรอย่างไรกว่ารู้ตื่น

เมื่อวันนี้ศิษย์รักได้ธรรมฟูฟื้น จงรู้ตื่นจากชีวิตอันจอมปลอม

ใช้เวลาในชาตินี้ฉุดช่วยคน สร้างกุศลมิลดละอย่างมุ่งมั่น

จะพบแท้ตถาคตทางสายกลาง อยู่ระหว่างนัยน์ตาศิษย์เท่านั้นเอง

กราบลา

ฮา ฮา ถอย

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

หนทางการดำเนินชีวิตของคนเรา ล้วนตกอยู่ในโลกของความผูกพัน (รัก โลภ โกรธ หลง) อยู่กับสิ่งที่เป็นอนิจจัง ด้วยเหตุนี้ จึงไม่สามารถหลุดพ้นจากวังวนแห่งทะเลทุกข์ได้ ทำให้ชีวิตต้องตกอยู่ในความมืดมนอันธการสับสนและสูญเปล่าอย่างไร้ค่า




ในยุคปัจจุบันถึงกำหนดกาลปกโปรดเผยแพร่หลักสัจธรรมเพื่อเป็นหนทางสู่ความหลุดพ้น ผู้ที่โชคดีจึงได้รับการถ่ายทอด

หลักสัจธรรมรู้หนทางการหลุดพ้น จะละเลยไม่ได้ที่จะต้องเอาใจใส่ในการสร้างคุณงามความดี เสริมสร้างคุณธรรมบารม

ีและเป็นผู้ที่มีจิตสำนึกที่ดี อีกทั้งต้องหมั่นคอยสำรวจตรวจสอบและเตือนสติตนเองอยู่เสมอ



ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องอ่านหนังสือเพื่อแสวงหาความเข้าใจและแนวทางการดำเนินชีวิต บทเตือนสติตนเองคงจะให้ประโยชน์

กับท่านได้ไม่มากก็น้อย





พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง



1. รู้จักพอ เป็นโชคเป็นลาภ นำมาซึ่งความสุข

ไม่รู้จักพอ เป็นคนโลภ นำมาซึ่งการเวียนว่าย



2. รู้จักหยุดภายในให้สงบ เป็นความร่มเย็นของจิตใจ นำมาซึ่งนิพพาน

ไม่รู้จักภายในให้สงบ เป็นคนวุ่นวาย นำมาซึ่งความเดือดร้อน



3. รู้จักวาง เป็นผู้เจริญ นำมาซึ่งไร้พันธนาการ

ไม่รู้จักวางเป็นคนยึด นำมาซึ่งความวุ่นวาย



4. รู้จักใช้ปัญญาเป็นผู้รู้ตื่น นำมาซึ่งความเบิกบาน

ไม่รู้จักใช้ปัญญา เป็นคนโง่เขลา นำมาซึ่งการวุ่นวาย



5. รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น เป็นผู้เมตตา นำมาซึ่งความสุข

ไม่รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น เป็นคนเห็นแก่ตัว นำมาซึ่งยากเข็ญ



6. รู้จักอภัย เป็นผู้มีธรรม นำมาซึ่งความผาสุข

ไม่รู้จักอภัย เป็นคนช่างจดช่างจำ นำมาซึ่งความโดดเดี่ยว



7. รู้จักเมตตาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ นำมาซึ่งธรรม

ไม่รู้จักเมตตาไร้ซึ่งธรรม นำมาซึ่งความเดือนร้อนวุ่นวาย



8. รู้จักบำเพ็ญธรรม เป็นผู้น่าเลื่อมใส นำมาซึ่งการหลุดพ้น

ไม่รู้จักบำเพ็ญธรรม เป็นคนน่าเวทนา นำมาซึ่งการเวียนว่าย



9. รู้จักดีชั่วเป็นผู้กำลังบำเพ็ญ นำมาซึ่งการเจริญรอยตามพุทธะ

ไม่รู้จักดีชั่ว เป็นผู้มืดมน นำมาซึ่งการเวียนว่าย



10. รู้จักเกรงกลัวต่อบาป เป็นผู้ยำเกรงต่อกฎฟ้าดิน นำมาซึ่งความบริสุทธิ์

ไม่รู้จักเกรงกลัวต่อบาป เป็นผู้ถือตน นำมาซึ่งความเดือดร้อน



11. รู้จักธรรม เป็นผู้มีปัญญา นำมาซึ่งแจ่มแจ้ง

ไม่รู้จักธรรม เป็นผู้มืดมน นำมาซึ่งความลุ่มหลง



12. รู้จักสัจธรรม เป็นผู้กระจ่างโลก นำมาซึ่งความสว่าง

ไม่รู้จักสัจธรรม เป็นผู้ลุ่มหลง นำมาซึ่งมืดมน



13. รู้จักช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น เป็นผู้กระจ่างธรรม นำมาซึ่งความอบอุ่น

ไม่รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น เป็นคนเห็นแก่ตัว นำมาซึ่งโดดเดี่ยว



14. รู้จักผันแปรกฎแห่งกรรม เป็นผู้มีปัญญา นำมาซึ่งสุข

ไม่รู้จักผันกฎแห่งกรรม เป็นผู้มืดมน นำมาซึ่งทรมาน



15. รู้จักหน้าตาของตนที่แท้จริง เป็นผู้แยบยล นำมาซึ่งการหลุดพ้น

ไม่รู้จักหน้าตาที่แท้จริง เป็นคนลุ่มหลง นำมาซึ่งความมืดมน



16. รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นผู้น่ายกย่อง นำมาซึ่งจริยา

ไม่รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นผู้เย่อหยิ่ง นำมาซึ่งผู้อื่นไม่ชื่นชอบ



17. รู้จักรักษามิตรไมตรี เป็นที่ชื่นชอบ นำมาซึ่งสมานฉันท์

ไม่รู้จักรักษามิตรไมตรี เป็นผู้โดดเดี่ยว



18. รู้จักชีวิต เป็นผู้กว้างขวาง นำมาซึ่งปัญญา

ไม่รู้จักชีวิต เป็นผู้ลุ่มหลง นำมาซึ่งมืดมน



19. รู้จักยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นชัยต่อชีวิต นำมาซึ่งเบิกบาน

ไม่รู้จักยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นคนอมทุกข์ นำมาซึ่งความมืดมน



20. รู้จักถนอมบุญสัมพันธ์ เป็นที่ชื่นชอบ นำมาซึ่งอนาคต

ไม่รู้จักถนอมบุญสัมพันธ์ เป็นคนขาดคุณธรรม นำมาซึ่งโดดเดี่ยว



21. รู้จักอดทน เป็นยอดคน นำมาซึ่งศรัทธา

ไม่รู้จักอดทน เป็นคนอ่อนแอ นำมาซึ่งปัญหา



22. รู้จักระวัง เป็นคนรอบคอบ นำมาซึ่งความละเอียดอ่อน

ไม่รู้จักระวัง เป็นคนประมาท นำมาซึ่งเดือดร้อน



23. รู้จักใช้วาจา เป็นศรีแก่ตัว นำมาซึ่งจริยา

ไม่รู้จักใช้วาจา เป็นคนเลอะเลือน นำมาซึ่งภัย



24. รู้จักถนอมกาย เป็นศรีแก่ตัว นำมาซึ่งสรรเสริญ

ไม่รู้จักถนอมกาย เป็นคนลุ่มหลง นำมาซึ่งมืดมน



25. รู้จักประมาณตน เป็นผู้น่าเลื่อมใส นำมาซึ่งจริยา

ไม่รู้จักประมาณตน เป็นคนถือตน นำมาซึ่งภัย



26. รู้จักวางตน เป็นศรีแก่วงศ์ตระกูล นำมาซึ่งเลื่อมใส

ไม่รู้จักวางตน เป็นคนอวดดี นำมาซึ่งผู้อื่นไม่ชื่นชอบ



27. รู้จักประหยัด เป็นผู้ถนอมบุญ นำมาซึ่งวาสนา

ไม่รู้จักประหยัด เป็นคนฟุ่มเฟือย นำมาซึ่งความเดือดร้อน



28. รู้จักสร้างบุญบารมี เป็นฐานของผู้บำเพ็ญ นำมาซึ่งรู้แจ้ง

ไม่รู้จักสร้างฐานบารมี เป็นผู้มืดมน



29. รู้จักทุกข์ เป็นผู้รู้สัจชีวิต นำมาซึ่งรู้ตื่น

ไม่รู้จักทุกข์ เป็นคนวุ่นวาย นำมาซึ่งเดือดร้อน



30. รู้จักสุข เป็นผู้รู้สัจชีวิต นำมาซึ่งรู้ตื่น

ไม่รู้จักสุข เป็นคนวุ่นวาย นำมาซึ่งเดือดร้อน

เกร็ดธรรมะ - พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง


ศุภนิมิ แปลเรียบเรียง







ชีวิต

ผ่านมาแล้วกี่ครั้ง

แล้วยังอีกเมื่อใด

ที่เกริกไกรใหญ่ยิ่ง หรือทิ้งไปดั่งผักหญ้า

เวียนว่ายเกิดมาตายไป







เรื่องใหญ่ของชีวิตคือ

จะต้องรู้คุณค่าและความหมายของชีวิต







ชีวิตมิใช่ดับสูญ

แต่สืบเนื่องเรื่อยไปในเหตุและผล

และจากผลเป็นเหตุต่อไป







ชีวิตนิรันดร์ ดี งาม อยู่ที่จะเจ้าจะสามารถ ใช้ ปัญญาแยบยลไปค้นพบความเป็นอนิจจัง

แต่มิใช่ใฝ่หาความงามเฉพาะหน้า

เพราะ

ความงามเฉพาะหน้าทั้งหลายจะสูญหายไป กับกาลเวลาที่ไร้เยื่อใย

ชายชาตรีวีรชนแต่โบราณมา ไม่มีใครเคยพิชิต กาลเวลาฟ้าดินได้

ดังนี้ เมื่อชีวิตสัน ๆ ไม่อาจอยู่ยง จึงต้องเอาเวลา สัน ๆ นี้สร้างความยาวนาน

คนฉลาดจึงรู้จักใช้เวลาสัน สร้างอริยภาพ อันนิรันดร







หวังให้คิษย์ยึดถือคุณความดีเป็นหลัก

แม้เจ้าจะเกิดไม่ทันพระพุทธอริยเจ้า

แต่ปฏิปทาจริยวัตรของพระองค์

เจ้ายังคงแสวงได้

แม้เจ้าจะไม่เคย

สดับพระวจนะของพระองค์โดยตรง

แต่สัจธรรมของพระองค์

เจ้ายังคงเรียนรู้ได้

เมื่อเจ้าคิดจะเป็นเช่นอริยะ

จึงเลือกสิงที่เจ้าต้องการเรียนรู้เสียก่อนว่า

จะเป็นเช่นพระองค์ใด

เริ่มจากกำหนดหมาย

จนกระทั่งเป็นไปโดยมิต้องกำหนด

ตามลีลารอยพระบาท ลังสมจนสมบูรณ์

บำเพ็ญจนจิตญาณกลมใส

บารมีแผ่ไพศาล







เมื่อปราศจากความคิดหลากหลาย

ใจย่อมใสสงบ







อย่าตั้งความมุ่งมั่นทุกวันไป

แต่ให้ตั้งความมุ่งมั่นอันยืนยง







ฟ้าให้วาสนาฉันน้อยไป

ฉันยังคงน้อมรับไว้ด้วยคุณธรรม







ผู้รู้เพียงพอในสิงที่ได้

ฟ้าไม่อาจให้เขายากจน

ผู้รู้อดทน

ฟ้าไม่อาจให้เขาประสบภัย

ผู้สามารถเสริมสร้างคนดี

ฟ้าไม่อาจให้เขาเดียวดาย

ผู้แบกรับงานใหญ่ของชาวโลกได้

ฟ้าไม่อาจให้เขาจนหนทาง







บำเพ็ญธรรมคือ

อริยภาพกายใน (เน่ยเชิ่ง)

ที่สุดของอริยภาพคือ

มรรคผลนิพพาน บรรลุพระพุทธอริยฐานะ

การปฏิบัติธรรมคือ

ศักดานุภาพภายนอก (ไอว้อํวง)

ที่สุดของดักดานุภาพคือ

สำเร็จภาระในการฉุดช่วยเวไนยสัตว์

เพื่อให้โลกเป็นเอกภาพ







การคุกเข่ากราบ แท้จริงคือกราบตัวเอง

กราบจิตญาณของเจ้าเอง

จิตญาณคือพุทธะ

พระพุทธะจะหาได้ ณ ที่ใด

จิตญาณของเจ้าเองก็คือพระพุทธะ

เจ้าก็คือโพธิสัตว์

แล้วยังจะเที่ยวกราบพระที่ไหน

จุดนี้ หากเจ้าเข้าใจจริง

สิบปีล่วงแล้วเจ้าก็ยังบำเพ็ญ

ยี่สิบปีก็บำเพ็ญ

อยู่จนอายุร้อยปีเจ้าก็ยังคงบำเพ็ญ

หากเจ้าไม่เข้าใจจุดนี้ ก็พึงระวังให้ดี

รูปสักษณ์ภายนอกมากมาย

จะทำให้เจ้าหลงผิด ถลำไป









หลงพอใจความสุขเฉพาะหน้า

อุปมาดั่งสลํเดเสั'อกลางฝ่น

และไม่ต่างอะไรก้บล้างเท้าในนํ้าโคลน









อารมณ์มิให้พล่าน

ใจมิให้ลำพอง

ความสามารถมิให้โดดเด่น

เริเอไหมว่าฉูดฉาดสู้เรียบง่ายไม่ได้

เบ่งบานไวส้ช้ากว่าแต่สมบรณ์ผลไม่ได้







พุทธจิตแม้จะแกร่ง แรงกิเลสทำให้วุ่นได้

แรงกิเลสแม้จะร้าย ปัญญายังอาจกำจัดได้







หนึ่งนิ้วจุดเบิกจากพระวิสุทธิอาจารย์

แม้จะผ่านพ้นเกิดตาย

แต่สิ่งที่เจ้าต้องทำต่อไปคือ

ลบล้างอุปกิเลสเคยชินที่แล้วมาให้หมดสิ้น

มิฉะนั้นยังคงต้องเวียนว่ายต่อไปในวัฏสงสาร

ใครจะเอาอย่างเราจึ๋กง

เจอคนเกเรกลั่นแกล้ง

ก็แสร้างทำเซ่อหนวก บอดไม่ยินยล

จึงพ้นภัยไม่ต้องวุ่นวาย









ผู้น้อยให้สำนึกในพระคุณทุกขณะ

ผู้ใหญ่ให้ความรักโอบอุ้มเสมอ

ความขัดแย้งย่อมไม่มี

เช่นนี้โลกจะสมานฉันท์

ความสัมพันธ์ระหว่างคนจะสนิทสนมกลมกลืน









มีแต่ความรักเต็มอกต่อใคร ๆ

มิใช่เขาจะรับได้เสมอไป

ยังจะต้องให้ตามความเหมาะสม

เช่นเขาชอบกินหวาน เราก็ให้ของหวาน

แต่หากเขาชอบเค็ม เราให้ของหวาน

ความเหมาะสมย่อมผิดไป









อาจารย์หวังว่าเจ้าจะ

"รวยแต่ไม่หยิ่ง

จนแต่รักศักดิ์ศรี"

ยิ่งอยู่ในฐานะสูงยิ่งคำนึงถึงที่ตํ่า

"ให้เป็นดั่งรวงข้าว ยิ่งอวบอิ่มยิ่งโน้มลง"

รวยแต่ไม่ยโส

ฐานะตำแหน่งสูงยิ่งถ่อมใจ

สะสมเงินทองแม้มากมาย ก็ไม่ส์สะสมคุณธรรม









การคบหากับใคร ๆ ให้จริงใจเคารพกัน

พบหน้าเสวนาเป็นปกติธรรมดา

แต่คงความสัมพ้นธ์ยาวนานไม่เปลี่ยนแปลง







ผู้บำเพ็ญชาย

ให้ใช้ธาตุกายกระดูกแกร่ง (ให้รักดี)

ผู้บำเพ็ญหญิง

มิให้ใช้ธาตุกายไปตามอารมณ์(ให้สุขุม)









เขามิปมด้อยอย่าไปเปิดโปง

เขามิความลับอย่าไปเที่ยวไข

พูดแต่ความดีของเขาตนก็เป็นคนดีไปด้วย

บุญคุณต้องคิดตอบแทน

เคือง แค้นจะต้องลบลืมให้สิ้น









ต่อตนเอง :

ให้ค้นหาความผิดในความถูกต้อง

จะไม่เพียงเสรมสร้างคุณงามอีกทั้งยังป้องกันภัย

ต่อผูอี่น :

ให้ค้นหาความถูกต้องในความผิด

จะไม่เพียงเสริมสร้างใจอารี

อีกทั้งยังคลี่คลายใจแค้นเคือง









ทุกขณะจะรอบคอบสำรวมตน

ทุกแห่งหนให้เรียกร้องจากตัวเอง









ผิดให้รู้แก้ไข จะแก้ไขต้องให้รู้แท้

เมื่อร้แท้

จึงเรียุกร้องความถูกต้องจากตนเองได้

ให้เอาจิตใจที่ชอบตำหนิผู้อื่นตำหนิตน

ให้เอาจิตใจที่ชอบอภัยแก่ตนอภัยแก่ผ้อื่น









รู้อื่นนั้นง่าย รู้ตนนั้นยาก

ตนผิดอภัยตนได้ง่าย

คนอื่นผิดยากจะคิดให้อภัย









คนมองเห็นข้างหน้าไกลไปร้อยก้าว

แต่ยากจะเห็นกลางหลังของตัวเอง

นัยน์ตาอาจมองหาฝ่นละอองละเอียดเล็ก

แต่ไม่อาจเห็นขนตาบนใบหน้าของตนเอง

ฉะนั้นจึงกล่าวว่า

ผู้เห็นความผิดตนเสมอ

เป็นผู้เหมาะแก่การบำเพ็ญ







ไม่ยอมรับสิ่งอันเป็นมิจฉาอบายใด ๆ

ความชั่วร้ายจะพ้นไปเอง

รูป รส กลิ่น เสียง กิเลส ตัณหา.............

ทุกอย่างที่ยั่วเย้าให้ใจเราป่นปวนวุ่นวาย

สิ่งแปลกปลอมที่ก่อกวนจิตสงบใสของเรา

ล้วนเป็นมิจฉาอบาย

หากเราไม่แยแสเหมือนไม่เย้าแหย่ให้แมลงตอม

ความชั่วร้ายย่อมห่างไกลไม่อาจทำร้ายเราได้

หากเพียงแต่คิด "ช้เก" "นำ"

จิตญาณสมบูรณ์ก็ถูกทำลาย

ความบริสุทธิ้ก็ขาดหาย

แม้หนทางโอฬารงามสง่าอยู่ตรงหน้า

มิจฉาอบายก็บดบัง

ผู้บำเพ็ญจึงพึงระวังให้จงดี









กุศลกรรมภายนอกเป็น กระบวนยุทธ (บู๊)

กุศลจิตภายในเป็น อักษรศิลป์ (บุ๋น)

คนที่มีแต่ความสามารถภายนอก

แต่ไม่มีสุนทรียภาพภายใน

เปรียบได้ดั่งปลอกหมอนที่ปักลวดลายวิจิตร

แต่ห่อหุ้มเศษวัสดุหยาบ ๆ ไว้

หรือเหมือนฉาบฉวยด้วยอัญมณีประดับกาย

แต่ซ่อนความเน่าร้ายอยู่ภายใน







เก็บจิตใจที่สับสนวุ่นวายกลับคืนมา

วางลงให้มั่นคงสงบนิ่ง

โลกภายนอกนั้นอลวน

ภาวะผูกพันกับภายนอกก็ก่อกวนกัน

ด้วยจิตดวงเดียวนี้

จะสลัดทุกสิ่ง ขจัดทุกสิ่ง

และวางทุกสิ่งลงได้









หมื่นธรรมารมณ์เกิดดับด้วยจิตดวงนี้

เวลานี้เป็นเวลาที่ปัญญาของทุกคนเฟื่องฟู

เป็นเวลาฉุดช่วยจิตญาณของตนเอง จำไว้ให้ดี

จิตญาณของตน ตนจะต้องเป็นผู้ฉุดช่วย

เมล็ดพันธุที่ปลูกเพาะการเวียนว่าย

จะต้องอาศัยตนเองเป็นผ้ทำลาย









บนหนทางกงกรรม เพียงแต่ทำลายอวิชาเสีย เท่านั้นก็หลีกหนีได้โดยไม่ต้องอาศัยอิทธิปาฏิหาริย์ไดๆ ภายนอกช่วยให้เลย

มุ่งมั่นเจริญรอยตามแบบอย่างพระอริย พระ บรรพจารย์

เอาความมุ่งมั่นของพระอาจารย์เป็นความมุ่งมั่นของเจ้า

เอาพระทัยฟ้าเบื้องบนเป็นจิตใจของเจ้า

เอาเยี่ยงอย่างคุณงามของทุกพระองค์

ไม่ว่าจะเดินหรือวิ่งไป สุดท้ายได้บรรลุ

ไม่กลัวช้า กลัวหยุด กลัวที่สุดคือหันหลงให้

หากความมุ่งมั่นไม่เปลี่ยนไป เหมือนกระต่ายแข่งกับเต่า สุดท้ายเต่าก็ได้ชัยชนะ

หากเจ้าเดินให้ตรงตามแนวทางที่พระพุทธะ อริยะเจ้าเคยเดินมาแล้ว

เจ้าก็จะไม่ต่างกับพระองค์

พระองค์เป็นที่ล้กการะบูชาของคนทั้งหลาย

เจ้าจะไม่ใช่ได้อย่างไร









เมื่อเกิดการดำริตริตรอง

นั่นคีอจิตใจคน

นั่นคีอความฉลาด ไม่ใช่ธรรมะ

ฉลาดกับปัญญาต่างกัน

ปัญญาเกิดแต่จิตเดิมแท้จากฟ้า

ไม่เจาะจงเอนเอียง

เกิดความฉลาดก็จะเกิดความเจาะจง

จะเกิดการโต้ตอบ หวังผล...

เกิดความดำริตริตรอง

"ฉันจะไต้หริอเสียอะไรจากการนี้"

คนฉลาดชอบจะปีนป่าย ชอบจะแสดงตน

คนมีปัญญากลัวจะตกลงมาจากที่สูง

ด้วยสำนึกว่า

"ต้นไม้สูงจะต้านลม"

"ผู้ใช้ปัญญาจิงสูงด้วยความมุ่งมั่น

แต่ตํ่าแรงคะนอง"









คนหนุ่มสาวชอบชิงดี

ยังชิงดีกันในวงการธรรมะอีกด้วย

คนที่ถูกยกย่องจนจมอยู่ในความดี

ไม่แน่ว่าจะบรรลุได้

แต่คนที่ถูกละเลยก็มีไช่ว่าจะบำเพ็ญได้ใม่ดี

เพราะสิงที่เห็นล้วนเป็นมายา

มีความสามารถอรรถาธรรมได้เท่าไหร่ก็ว่าไป

อย่าเอารูปล้กษณ์ไปนำพาคนกล่อมเกลาคน

จะต้องใช้หลกสัจธรรม

เพราะสัจธรรมไม่เปลี่ยนแปลง







สังคมทั่วไปติดค่านิยมว่า

ปริญญานั้นสูงส่งที่สุด

แต่จะมีสักกี่คน

ที่ใช้ปริญญามาแสดงให้เห็นถึงหลักสัจธรรม





ศิษย์ทั้งหลาย:

เจ้าอย่าสำคัญตนว่าบารมีสูงส่ง

ได้ฉุดช่วยนำพาคนมามาก

เหนื่อยยากให้อภัยทานไปไม่น้อยฯ

ทุกคนคิดถึงบุญกุศลบารมีของตนใช่ไหม

ถ้าคิดเช่นนี้ ก็ตกอยู่ในความโลภ

อาจารย์จะเตือนเจ้า

คิดอย่างนี้ จะบรรลุได้ยาก







'โนกำหนดกาลฉุดช่วยครั้งใหญ่นึ้

เราทํ๋งหลายต่างมุ่งวิถีธรรมความเป็น พระพุทธะ

พร้อมก้บ่ฉุดช่วยนำพาผู้คน

จึงต้องวิริยะปฏิบัติบำเพ็ญ

และอรรถาธรรมตามควรแก่บุญวาระ

อรรถาธรรม

ไม่แบ่งความสูงตํ่าตื้นลึกหนา บาง

เพียงแต่

ให้เหมาะสมและถกแก่จริตเป็นใช่ได้









ความยากจนตํ่าต้อยเป็นสภาพของความทุกข์

แต่หากรู้จักการดำรงอยู่ในสภาพนั้นด้วยดีได้

ก็เป็นความสุข

ความรํ่ารวยสูงส่งเป็นสภาพของความสุข

แต่หาก

ไม่รู้จักการดำรงอยู่ในสภาพนั้นด้วยดีได้

ยิ่งเป็นความทุกข์









ไม่ปลูกพงรก อสรพิษไม่มาอาศัย

ศาลเจ้าไม่ดี เทพารักษ์ก็จากไป

เมื่อตัณหาไม่สิงใจ มารร้ายก็ไกลห่าง





แมลงเม่าบินเข้าเพลิงไฟ

ล้วนเกิดจากการประมาณตนผิด







ขุนเขาจะย้ายง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ

อยู่ที่ถือสัจจะ

ลงนรกขึ้นสวรรค์ไปถืงฉับไว อยู่ที่ใจวูบเดียว







การบำเพ็ญ

มิใช่ทำก้นสามวันห้าวัน สามปีห้าปี

แต่เป็นเรื่องชั่วชีวิต

จึงอย่าได้สอบตก

เพราะคำพูดของใครเพียงคำเดียว

จะหลีกเลี่ยงคำพูดของคนอื่นที่ทำให้เจ้าลอบตก ได้อย่างไร

นอกจากศรัทธาความมั่นคงแล้ว

ยังต้องเสริมสร้างศักยภาพภายในใจ

มิให้หวั่นไหว







ใช้ความประณีตสุขุมไว้คุ้มตน

ข้อสำคัญในการศึกษาบำเพ็ญคือ

ศรัทธา เคารพ

"ศรัทธา" คือคัดความลังเลสงสัย

"เคารพ" คือรู้จริยะ

ธรรมะเป็นหลัก

หลักคือจริยะ





ฐานะระดิบอาจารย์นั่นนี่เป็นเพยงนามสมมติ

มีคุณธรรมไม่มีฐานะย้งอาจอยู่คู่ฟ้าดิน

มีฐานะแต่ไม่มีคุณธรรมยากจะตลอดรอดฝัง

แม้ปฏิบ้ติไปชั่วชีวิตก็สูญเปล่า









ศิษย์ทั้งหลายจำไว้ให้ดี :

หากใครยกตนว่าเป็นพระบรรพจารย์

พระธรรมาจารย์ ฯลฯ

ใช้คำหวานหว่านล้อมกล่อมใจ

อย่าได้หลงเชื่อ

ทุกอย่างให้ขึ่เนอยู่กับความซื่อลัตย์ภักดี

ที่เจ้าพึงมีต่อผู้อาวุโสของเจ้า

ต่ออาณาจักรธรรม

ต่อชาวโลก

อ้นเป็นทิศทางที่เจ้าต้องมุ่งไป







จำไว้:

ปีนเขาอย่าไต้หันกลับไปมอง

หนทางบำเพ็ญก็เช่นกัน

หันรีหันขวางไม่มุ่งมั่นตรงไป

จะหงายหลังนะศิษย์เอ๋ย



แต่โบราณมา

วิถีอนุตตรธรรมมีบรรพจารย์สิบต่อมา

มิเคยขาดสาย

ผู้มีธรรมย่อมเข้าถึง

ใครใจว่างก็รับได้ไป

เมี่อพระวิสุทธิอาจารย์เปีดจุดญาณทวารให้

และผู้นั้นได้กำสัดจิตฟ้งซ่านให้หมดไป

สำรวมใจอยู่ในคุณธรรมฟ้า

ที่จิตญาณตนได้รับมา

สร้างคุณแก่มนุษยชาติ

ประกาศสัจธรรมแทนเบื้องบน

เช่นนึ้

สายทองก็เๆ!อมโยงถีงกิน

แต่หากตัณหาภายในไม่ซ่าระ

กระทำการเห็นแก่ตัว

เช่นนึ้

แม้อย่ร่วมกิ'บพระอาจารย์ก็ยังมีได้สายทอง







สุดท้ายแล้ว สุดท้ายแล้ว

ถีงโอกาสสุดท้ายแล้ว

ควรจะขอรับไดิกได้ขอรับแล้ว

ควร'จะปฏิบ้ติก็กำลังปฏิบ้ติก้น

บ้ดนึ้ เป็นเวลาที่ควรจะเก็บงานแล้ว

เก็บงานและรักษาไว้ให้สำเร็จ

เก็บงาน คือเก็บจิตญาณกลมใสของทุกคน

รักษา คือรักษาตนไว้ให้สำเร็จ

จึงต้องสำรวมตนเที่ยงตรง

เวลานึ้ไม่ต้อง'ให้ใครมาผลักดันอีก

ไม่ต้องให้ใครมานำพาฉุดช่วยอีก

จะต้องสำนึกรู้เอง เปีดปัญญานำพาตนเอง









จิตญาณของตน ตนจะต้องเป็นผู้ฉุดช่วย

จึงจะไปได้ถีงที่สุด

ขอรับวิถีธรรม

บำเพ็ญ ปฏิบ้ติ ศึกษากันมานานเท่านี้แล้ว

รสชาติต่าง ๆ ที่ไต้รับผ่านมา

ทุกหยาดที่หยดลงบนหัวใจ

มีทั้งดี ร้าย หวาน ขม เพียงแต่จำไว้ว่า

อาจารย์ไม่เคยไปจากเจ้าแม้แต่ก้าวเดียว







ศิษย์ทั้งหลายรู้ชัดหรือยัง

เห็นจุดประสงค์สุดท้ายหรือยัง

คลำหารากฐานของตัวเองแล้วหรือยัง

เป็นเวลาสุดท้ายแล้ว เวไนยสัตว์ทนวาระสุดท้าย

จะผิดทำนองคลองธรรมอีกไม่ได้

จะเลื่อนลอยหลงใหลอีกไม่ได้

มิฉะนั้น

นิ้วหนึ่งจากพระวิสุทธิอาจารย์

ที่ประทานให้ก็ไร้ผล

วิถีธรรมที่ได้รับ

งานธรรมที่ได้ปฏิบัติมาก็จะเสียเปล่า







ในเมื่อเข้าล่วิถีทางบำเพ็ญ ก็จะต้องเข้าใจ

ภาระหน้าที่ของอาจารย์คือ

ฉุดช่วยกล่อมเกลา

กระตุ้น ตักเตือนให้ตื่น............

ในเมื่อสืษย์กับอาจารย์

มีบุญนี้สัมพันธ์ต่อกันมา

อาจารย์ก็มีหน้าที่ร้บผิดชอบต่อภาระนี้

เวไนยสัตวํใด้อุดช่วยจนหมดแล้ว

อาจารย์จึงจะวางใจลงได้







วันใดที่สืษย์ยังไม่รู้แจ้งในสัจธรรม

ยังไม่ถึงที่สุดแห่งการหลุดพ้น

ถึงวันนั้น

อาจารย์ก็ยังวางใจลงไม่ได้

ทุกคนให้ติดตาม

อิ๋นเปาชือ เตี่ยนฉวนซือ

เฉียนเหยิน เหล่าเฉียนเหยิน ของตน

เป็นสายทองเดียว

ร่วมปฏิบัติบำเพ็ญ

อดทนดำเนินงานมหาอาณาจักรธรรม

ให้พระพทธะผุดขึ้นมาจากทะเลทกข์







โลกพระศรีอาริย์ร่วมสร้างจาก

ความพร้อมใจของทุกคน

ให้กำลังทรัพย์ กำลังกาย กำลังใจและปัญญา

ทุ่มเทสำแดงแรงใจกันให้ถึงที่สุด

จุดมุ่งหมายสุดท้าย ก็เพื่อให้ทุกคนเข้าใจ รู้แจ้ง

ระหว่างทางที่บำเพ็ญ

หากในใจยึดมั่นต่อบุญกุศล นาม รูป

ซึ่งเท่ากับออกนอกวิถีธรรมพ้นไปจากธรรมะ

ไม่ใช่จุดประสงค์เดิมทีที่อาจารย์ถ่ายทอด

อาจารย์เองจะอาค์ยรูปหรือไร้รูป

ก็อยู่ร่วมกับสืษย์ทุกขณะ

เกรงแต่สืษย์เอง ในขณะปฏิบ้ติธรรม

จะพันธนาการตัวเอง ร้อยรัดตัวเอง

จำไว้ให้ดี จะต้องยิ่งทำยิ่งเบิกบาน

ยิ่งทำยิ่งเจริญธรรม แต่ไม่ใช่ถูกผูกม้ดอัดอั้น







เหล่าเฉียนเหยิน เฉียนเหยิน

อายุมากขึ้นทุกวัน

อาจารย์ก็ไม่มีกายสังขาร

ไม่อาจใกล้ชิดพวกเจ้าตลอดเวลา

โชคดีที่เบื้องบนทรงโปรด

ทุกต้นไม้ใบหญ้า จะหยุดนิ่งเคลื่อนไหวอย่างไร

ล้วนแสดงปริศนาธรรม

ให้เจ้าทั้งหลายได้พิจารณาสัมผัสรับรู้

แต่หากไม่ตั้งใจ ก็เสืยดายพระทัยฟ้า

เสืยดายที่ลื่งด้กดิ้สิทธิ'ทั้งหลายไต้อุตส่าห์

ประทานปรากฎการณ์แสดงความนัย

การปฎิปติบำเพ็ญต่างคนต่างมีเหตุปัจจัยหนุนนำ

ไม่ว่าจะคล่องหรือขัด

ล้วนเป็นโอกาสดีที่จะเสริมสร้างตนเอง

จะต้องริบจับโอกาสนั้นไว้ให้มั่น







ที่อาจารย์แบกรับไว้

เป็นภาระหาบหนัก

จากพวกเจ้าและบรรพบุรุษของพวกเจ้า

เพื่อการนี้

อาจารย์จึงต้องโปรดสัตว์ตามเหตุปัจจัย

ห่างโลกโลกียํใปนาน

ที่อาจารย์ปรากฏให้เห็นนี่

ก็เป็นเพียงกายสังขารของร่างพรหมจารี

สิงที่จะถ่ายทอดเปิดใจให้ได้คิดกัน

ก็จะต้องแสดงธรรมให้

ตามเหตุปัจจัยแห่งบุญของแต่ละคน

หากบุญวาระนั้นยังมาไม่ถึง

แม้อาจารย์จะพูดว่าอย่างไร

สิงศักดิ้สิทธิทั้งหลาย

จะแพร่งพรายความลับฟ้าได้อย่างไร

หากเจ้าไม่สัมผัสชาบซึ้งก็ปวยการ







ในยุคสุดท้ายนี้

เวไนยสัตว์ที่ผิดทำนองคลองธรรม

จะต้องเข้าส่หนทางตรง

จะต้องบำเพ็ญด้วยต้วของตัวเอง

จะต้องสำนึกรู้ด้วยตัวของตัวเอง

แต่มิ'ใช่เอาแต่ยดสืลข้อห้ามเป็นครู

บัดนี้ จะต้องเอาจิตที่สำนึกรู้เป็นครู

จะต้องสำนึกรู้ในพุทธภาวะของตน

สำนึกรู้ในญาณภาวะของตน

การฉุดช่วยนำพาเวไนยสัตว์

เป็นเรื่องรู้เรารู้เขา และให้เขาไต้รู้เขาเอง

ทุก ๆ คนเอาจิตสำนึกรู้เป็นครู (รู้สำนึก รู้ตื่น)

จึงจะฝ่าฟันให้หลุดพ้นจาก

เครื่องพันธนาการทุกอย่างรอบตัวได้





ธรรมปฏิบัติทั่วไป

มีไว้เพื่อสะดวกต่อการรองรับเวไนยสัตว์





ศิษย์ทั้งหลาย:

การจะเสริมส่งตนเอง

หากยังจะต้องอาดัยข้อกำหนดพุทธระเบียบ

อาศัยศีลวัตรมาควบคุมจำก้ดพฤติกรรมของ ตน อยู่อีกละก็

เจ้าก็ยังอยู่ในฐานะสืกษาแนวทางธรรมปฏิบัติ ทั่วไป

ยังศึกษาอยู่ในฐานะที่ถูกผลักดันชักจูง







ธรรมะยากเหลือเกิน

เบื้องบนได้โปรดฯ

ใช้ธรรมปฏิบ้ติทุกวิถีทางมาชักนำ

ให้คนทั้งหลายเปิดใจ

เมื่อใจที่เป็นพุทธะเปิดออก

สิงที่กระทำออกมาก็เป็นโพธิสัตว์ปฏิปทา

ปฏิปทาของพระโพธิสัตว์คือลืมต้วเอง

ในขณะที่ลืมต้วเองจนหมดสินนั้น

จึงจะสำนึกรู้

ในพุทธภาวะเราและพุทธภาวะเขา

อาจารย์ได้ชี้ให้เห็นชัด ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า

การอาสัยบุญวาระแสดงบุญญาธิการ

ก็เป็นธรรมปฏิบ้ติอีกอย่างหนึ่งเท่านั้น







เมื่อตัดสินใจ

ที่จะใช้ธรรมปฏิบตแนวไหนก็ตาม

พีงจำไว้ว่า

จะต้องเอามหากรุณาเป็นที่ตั้ง

มิฉะนั้น

จะผิดจากพุทธจิต (จิตเดิมแท้)

การศึกษาธรรมก็จะไร้คุณ

เมี่อจิตมหากรุณาท่วมท้น

ขณะนั้น สำเร็จคุณก็จะยึ่งใหญ่







"สำเร็จคุณ" "สำเร็จคุณ"

ฉันมีคืษย์รุ่นหลัง (โอ่วเสวีย) แล้วเท่าไร...

ฉันมีอาณาจักรธรรมใหญ่แล้ว แค่ไหน...

เหล่านี้ล้วนเป็นผลสำเร็จภายนอก

ษย์fนหลังมากแล้ว" 'อาณาจักรธรรมใหญ่แล้ว "

แต่ตัวเองกลับตกอยู่ในอัตตา

ยึดมั่นถือมั่นในธรรมปฎิบ้ติ ถ้าเช่นนั้น

คุณที่สำเร็จก็เล็กลงจิตญาณตนก็จมลงนรก

ฉะนั้น จงอย่าสืมสำเร็จคุณแก่จิตญาณตน

ด้วยธรรมปฏิบํติภายในจิต

จงย้อนมองสํองตนทุกขณะ

ส่องให้สำนึกรู้จิตญาณตนในระหว่างปฎิบัติธรรม

จึงจะช่วยตนให้วิริยะได้

ขอบพระคุณได้ไม่ขาด จึงจะถืงที่สุด

หากจิตญาณตนยังไม่สำนึกรู้แล้ว

เมื่อไรจะรู้ได้ในผู้อึ่นและช่วยให้ผู้อื่นสำนึกรู้







สิบ แปดหน่วยธรรมทีแยกกันปกครอง

เป็นอนุตตรธรรมเดียวกัน

มิให้แบ่งเขา-เรา

เป็นวิถีธรรมจากฟ้าด้วยกัน

วิถีธรรมไม่แบ่งแยกคนแบ่งแยกกันไปเอง

ต่างทำผิดกันในข้อนี้

พุทธระเบียบจะต้องรักษา

แตกให้เหมาะกาละเทศะ

อย่าผูกขาดตัวเองไว้กับที่

อย่ากันกั้นพุทธบุตรหญิงชายอื่น ๆ ออกไป

ด้วยเหตุว่าเขาต่างหน่วยต่างลายกับตน

ถ้าอย่างนี้นจะไม่ใช่วิถีธรรม







ทุกคนเหมือนพี่เหมือนน้อง

ธรรมนาวาจะออกจากฝังแล้ว

เป็นเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของ

ความเป็นความตาย

ถึงตอนนึ้แล้ว

ทกคนยังจะแบ่งแยกอย่อีกหรีอ









ศิษย์เอ๋ย:

เจ้ารู้ไหม

ผู้บำเพ็ญหากมีแต่บุญทานภายนอก

ไม่มีกุศลคุณงามภายใน

ต่อไปจะเป็นอย่างไร

ปลูกถั่วก็ได้ถั่ว ปลูกแตงย่อมได้แตง

เป็นสัจธรรมแต่โบราณมา

ถ้าเช่นนั้น

ยังจะต้องขึ้นไปบำเพ็ญต่อบนสวรรค์

บำเพ็ญจิตญาณบนสวรรค์

ลำบากกว่าบำเพ็ญในโลกมนุษย์นี้มาก

หากบำเพ็ญให้สำเร็จไม่ได้

ก็ต้องตกลงมาเกิดกายบำเพ็ญใหม่ในโลก

หรือได้แต่กินบุญวาสนาจนจบสินหมดไป







ที่อาจารย์ถ่ายทอดแก่เจ้าทั้งหลายคีอ

"ไตรรัตน์วิถีแห่งจิต

เพี่อนำคนเข้าสู่กระแสธรรมรู้แจ้ง"

ที่อาจารย์ให้การอบรมคีอ

"ที่สุดแห่งนลักสัจธรรม

เพี่อนำคนให้เข้าสู่อริยภาวะ"

ที่อาจารย์ห้ามปรามป้องกันคีอ

"ไสยศาสตร์รูปลักษณ์ปฏิบัติภาวนา

ที่นำให้คนเข้าไปในบ่วงมาร"

ที่อาจารย์ต้องกำจัดตัดขาดคีอ

"เวทมนต์คาถาวาจาลวงล่อ

ที่นำคนไปส่ความหลงใหล"









ฉะนั้น

ผู้บำเพ็ญจึงต้อง

มีมันสมองที่มีปัญญา

เพี่อรู้จักจำแนกจริงเท็จ

มีจิตเมตตาเป็นธรรม

รับความดีงามจากผู้กล้บใจ

มีริเวิดริ!วาความกล้า

ฉุดช่วยนำพาคนหลงทั้งหลาย







มิจฉาปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมภายนอก

จะเฟืองฟูอยู่ได้ไม่นาน

พึงจำเริญบำเพ็ญด้วยการ

เจริญรอยตามปฏิปทาของพระศาสดาทั้งห้า

จึงจะเป็นสัมมาปฏิบัติที่ถูกต้อง







จริยพุทธระเบียบ

แม้จะเป็นข้อเจาะจงบังคับ

แต่ก็เป็นการแกะสลัก

เป็นการบรรจงสร้างผู้บำเพ็ญ







วิถีอนุตดรธรรม

ที่เบึ้องบนได้โปรดประทานเฉพาะกาลครั้งนี้

สูงส่งล้ำายิ่ง

ปีแล้วปีเล่าผ่านไป

เกรงแต่ว่า

วันพรุ่งนี้เมี่อดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า

วิถีธรรมก็จะถีงกาลนิพพาน

ไม่มีลู่ทางจะเรียนรูได้อีก

เมี่อนั้น

แม้เจ้าจะมีเงินทองเหลีอคณานับ

ก็มีอาจซื้อโอกาสนี้กลับมาได้









อาจารย์แบกรับภาระหนักโปรดฯ สามโลก

ศิษย์ของอาจารย์มากมายหลายพันหมึ่น

แต่ในจำนวนร้อยล้านพันล้านนั้น

ทุกคนมีเหตุปัจจัยแห่งบุญต่างกันมา

มีเวรกรรมติดตามต่างกันมา



ศิษย์เอ๋ย : เจ้าจะต้องรูไว้นะ

วันแรกที่เจ้าก้าวสู่พุทธสถานตำหนักพระ

อาจารย์ก็จะต้องพูดจา

ตกลงก้บเจ้ากรรมนายเวรของเจ้าไว้ก่อน รับรองประก้นต้วเจ้าก้บ เขาไว้ก่อน จิงหวังว่าสิษย์เจ้า เมี่อเข้าใจในสัจธรรมแล้ว จงสร้างบุญกุศลต่อไปให้ดี จะต้องรู้ว่า ที่ก้าวเข้าสู่ประตูพุทธะมาไต้ ก็ด้วยอาศัยปณิธานใหญ่สิบข้อ หากเจ้าไม่ตั้งมหาปณิธานนั้น แล้วเจ้าหวังจะได้หนึ่งนิ้วจุดเบิกญาณ ทวารจาก

พระวิสุทธิอาจารย์

ก็จะยากยึ่งกว่าปีนบันไดสวรรค์เสิยอีก







เป็นเจ้าตำหนักพระ (ถันจู่)

หากจิตใจไม่มั่นคง

ใครยุยงก็เปลี่ยนทิศทางตำหนักพระ

อย่างนี้ไม่ได้

เพราะสายทองก็คือสายทองสายเดียว

เจ้าเปลี่ยนแปลงสายทองเสียใหม่

ที่นี่ก็ไม่มีสายทองต่อไป

เจ้ารู้ได้ในจุดนี้ก็ดีแล้ว

อย่าเปลี่ยนจุดหมายมุ่งมั่น

แม้จัดตั้งตำหนักพระนี้แล้ว

จะเกิดเหตุผันผวนอย่างไรต่อครอบครัว

ทุกอย่างล้วนเป็นการสะเดาะเคราะห์

ลบล้างหนี้เวรกรรม









เจ้าจัดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งตำหนัก พระเสีย'ใหม่

แม้จะได้ความสุขสบาย

แต่ภายหน้าเจ้าจะกลับสวรรค์ชั้นอนุตดระ

ไม่ได้

หวังว่าเจ้าจะกลับใจเสิยใหม่

นี่เป็นนัยสวรรค์อ้นแยบยล

อาจารย์ไม่อยากพดมากไป





จะบรรลุความเป็นอริยปราชญ์

จะต้องย้อนมองส่องตนให้กระจ่าง

ศักยภาพของคน

อยู่ที่ปัญญาวิเศษแยบยลอันมิอาจประมาณ

เพียงแต่เจ้าอยากจะฉุดช่วยคน

เจ้าก็จะเกิดปัญญาอันวิเศษแยบยลนั้น





ขอให้ศิษย์:

ใช้นัยน์ตาปัญญา ให้เห็นในสัจธรรม

ใช้ฝีมือแคล่วคล่อง สรางสมบุญกุศลคุณงาม

ใช้สมองปราดเปรึ่อง ประเทืองงานธรรม

ปากสะอาดจงปราศจากมิจฉาวาจา

หูสะอาดจงปราศจากเสิยงอัปมงคล







โลกโลกีย์ย้อมเจ้าจนหลากสี

สถานธรรมจะชำระเจ้า

ให้ละอาดสดใสได้ในที่สุด





ได้ รับวิถีธรรมแต่ไม่รู้จักบำเพ็ญคือ ศิษย์หลง

บำเพ็ญแต่ขัดต่อวิถีธรรมคือ ศิษย์เนรคุณ

บำเพ็ญและตื่นใจได้สำนึกคือ ศิษย์รัก





ผลไม้ ทแก่1จัด อร่อยไหม ทำไมจึงอร่อย

แน่นอน เพราะผลไม้ที่แก่จัดนั้นหอมหวาน

ชาวสวนจะเก็บผลไม้ก็เลือกที่แก่จัด

การเก็บผลไม้ของเบื้องบน

ก็คือเก็บพวกเจ้านั่นเอง

ในงานชุมนุมพระอริยะ "หลงฮว๋า"

ผลไม้ที'เก็บก็คือผลไม้ที่แก่จัดแล้ว





ศิษย์เอ๋ย:

จะต้องให้ผลไม้ของเจ้ากลมสวยหอมหวานนะ

เบื้องบนจึงจะโปรดเลือกเก็บ

ผลไม้ที่แก่จัดเกิดจากคุณของ

แสงแดด นา ดินอุดม และปุย

อีกทั้ง ความรัก ความอดทน

ความเชื่อมั่น ความเอาใจใส่ของผ้บำรุง







ศิษย์เอ๋ย:

เจ้ากำลังทำหน้าที่ของชาวสวนผู้นั้นอยู่

เจ้าจึงต้อง

ศึกษาเรึ่อยไป

เสริมสร้างแก้ไขเรี่อยไป

อุทิศทุ่มเทให้เรี่อยไปผลที่ได้จึงจะสมบูรณ์

ดังคำที่ว่า

"เช็ดนาตาหว่านไถ

จะยิ้มได้เมึ่อเก็บเกี่ยว"

อย่าถามว่า

เบื้องบนจะโปรดประทานให้

มากน้อยอย่างไรเพียงไร

แต่ให้ถามตัวเองว่า

"เราได้เป็นผํให้แล้วเท่าไร"





คนเป็นสัตวํวิเศษกว่าสรรพสัตว์ใด ๆ ซึ่งพระแม่ องค์ธรรมได้โปรดบัญชาให้ทำหน้าที่นำพาและดูแล ๆเวิต ทั้งหลาย

แต่บัดนี้

หน้าที่นำพาที่คนควรทำมิได้สำเร็จการแต่กสับ ทำลายล้างไปทั่ว

เช่นนี้ จะไม่ให้พระแม่องค์ธรรมบันดาลพิโรธ ภัยได้อย่างไร

เมื่อสังสมความชั่วร้ายมาก ๆ เข้า คนจึงกลาย เป็นผี ผีกิกสับเป็นคน แล้วกลับมาปองร้ายโต้ตอบอยู่ใน ครอบครัวเดียวกัน





ศิษย์เอ๋ย : เจ้าเข้าใจไหม

ลองสงบใจถามตัวเองดู

เรื่องนี้ เรานำจะไปเตือนสติ

นำจะฉุดยั้งใจทรามของผู้คนกันไหม





บำเพ็ญให้เรมต้นจากพื้นฐานของความเมตตา

ความเป็นอยู่ส่วนต้วจึงต้องเรียบง่าย

ทุกย่างก้าวจึงต้องมีคุณค่า

จะต้องฉุดช่วยนำพาผู้คนเป็นอันดับแรก

จากวันนี้เป็นต้นไป

หวังว่าศิษย์ทั้งหลายจะทำตนเป็นบรรทัดฐาน

งานที่เราทำเป็นงานเกี่ยวกับสรรพชีวิต

เราทั้งหลายล้วนมีใจเป็นเช่นโพธิสัตว์

หวังว่าเจ้าจะ

ปลูกฝังจิตโพธิสัตว์ให้เจรีญอย่างแท้จริง

กินอยู่หลับนอนสวมใส่ ให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก'ใคร ๆ ได้

เข้าใจไหม?





จิตมุ่งหมายให้สูงส่ง แต่วัตถุนิยมให้เบาบาง

ด้านนี้ยาวด้านโน้นก็จะสัน

อย่าคิดว่าจะเอาดีได้ทั้งสองทาง

จะต้องรู้อะไรควรหนักควรเบา

ถ้าไม่เชื่อ

เจ้าก็ลองมองดูพุทธาทั้งหลายในอดีต

ที่บูชากันอยู่ตามศาลเจ้าวัดวาอาราม

มีพระองค์ใดที่มือช้ายประคองภรรยา

มือขวาอุ้มลูกไว้ แล้วได้รับการเชิดชูบูชา

ทุกพระองค์ล้วนแต่บริสุทธิ้ สมถะ ยากจน ลำบากมาทั้งนั้น ชั่วพระชนม์ชีพแม้จะเพียบพร้อมมั่งมี ก็สละให้เป็นคุณแก่ไวไนยสัตว์ทั่วไป ไม่เก็บไว้เสพสุข สำหรับพระองค์เอง







ศิษย์เอ๋ย:

ท้าเจ้าไม่เชื่อก็ลองสืกษาชีวประว้ติของพระองค์ดู ก็จะรู้ว่าพระองค์บำเพ็ญเคี่ยวกรำมาอย่างไร

ไม่มีเลยที่จะจารึกประว้ติเสพสุขอลังการ โอฬาร รํ่ารวย

หวังว่าศิษย์ทั้งหลายก็จะท้าวไปทีละก้าว

ยืนให้มั่นคงเป็นเบื้องต้น ระวังอย่าให้ล้มลง

เรื่องเสพสุขพยายามลดน้อยที่สุด

เรื่องให้ร้ายเป็นภัยแก่สรรพชีวิตจงละให้สิ้น

ครั้งนี้

แม้เจ้าจะไม่อาจเสมอได้เช่นพระองค์ ที่ปก ป้องพระวรกายจากลมฝนด้วยพุทธรังสิห่อหุ้ม แทน พัสดราผ้าผ่อน

แต่อย่างน้อยที่สุด

ขอให้เจ้าจงอย่าห่มกายด้วยขนหนังเดรัจฉาน จะได้ไหม?





ยุคสาม กัปสุดท้าย

หมื่นศาสนาพากันก่อเกิด

เราล่องเรือธรรม

ก้าวขึ้นเรือธรรม

จะต้องยืนยันต่อตนเองว่า

ไสยศาสตร์อภินิหาริยใด ๆ จะทำให้เรา หลงทางไม่ได้

นอกลู่แนวทางใด ๆ จะทำให้เรากระโดดลง จากเริอไม่ได้



บำเพ็ญตามวิถีธรรม

จำต้องเคารพปฏิบัติตามบัญชาพระอาจารย์

แม้ยังมิได้บัญชา จะมิกล้าล้ำหน้า

เมื่อได้บัญชาจะมิกล้าล้าหล้ง

เมี่อมิบัญชาจะมิกล้าฝ่าฝืน

แม้มิได้บัญชาจะมิกล้าทำพลการ

แต่ก็จะต้องพิจารณาว่าเป็นเรื่องอะไร

หากเป็นเรื่องสงเคราะห์ฉุดช่วยชาวโลก

เป็นเรื่องเมตตามโนธรรมคุณงามฯ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

จอมปราชญ์ศาสดาจารย'ขงจื้อกล่าวไว้ว่า

"การใดอันเป็นไปด้วยเมตตา คุณธรรม มิพึงสละเลี่ยงแก่ครูอาจารย์"







"ดร.ชุนยัดเซ็น" บิดาแห่งประเทศจีน

ส่งเสริมให้ทุกคนจงเป็นมหาบุรุษ

จงทำงานใหญ่

เมื่อไรที่ความคิดของเจ้าเมื่อเกิดขึ้น

วาจาของเจ้าเมื่อออกจากปาก พ

ฤติกรรมของเจ้าเมื่อแสดงการ

ล้วนเป็นไปเพื่อให้เกิดคุณแก่คนทั้งหลาย

ขณะนั้น

เจ้าก็คือมหาบุรุษ และขณะนั้น

เจ้ากำลังทำงานใหญ่



ฌานสมาธิพึง เข้าถึงได้ ในโลกียภาวะ

วิถีพุทธะ พึงสำเร็จได้ ในโลกมนุษย์

ให้เห็นสัจธรรม ในพิธีกรรม และนามรูป

เมื่อจิตวิสุทธิ์ ผ้าครอง ไม่ต้องมี





ศิษย์เอ๋ย:

เจ้าจงปรารถนาตน

ให้เจริญคุณงามอย่างอริยปราชญ์

แต่อย่าได้มุ่งหวังอริยฐานะเยี่ยงพระองค์





ท่ามกลางฟ้าดินกว้างใหญ่

เจ้าอย่าส่าค้ญตนผิดว่าสูงส่งยิ่งยงนัก

เวลาที่เจ้าจะอหังการได้ มีจำกัด

เมี่อครบกำหนดแล้ว

เจ้าจะต้องไปรับบทบาทอะไรต่อไปใครจะรู้





เหนือศีรษะสามศอกมีพุทธะเทพยดาอยู่ทั่วไป

ทำอะไรจึงให้สำรวมระวัง

โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่ลับตามลำพัง

นั่นคือ

ความละเอียดรอบคอบสุขุม

และความประณีตในการบำเพ็ญ







แม้ใจว่าง อย่างไม้ไผ่ ภายในกลวง

จะน้อมทรวง กว้างใหญ่ ไม่แข่งแย่ง

เหมือนต้นสน ดูผอมแก่ แต่ในแกร่ง

ไม่แสดง สีซึมเซา แม้หนาวเย็น



ทะเลรัก มักหลอก ละลอกรุก

ทะเลทุกข์ สุขสงบ หาพบไม่

แม้ไม่ยั้ง ชั่งจิต ติดคลื่นไป

หรือจะได้ หมายฝึ่ง ที่ตั้งใจ























ความตั้งใจเกิดขึ้นมากมาย

เหมือนขนวัวขนควาย

แต่ที่สำเร็จมรรคผลได้

เหลือไว้เพียงเขาวัวเขาควาย





แต่ก่อน:

คนจะคุกเข่าคลานเข้ามากราบขอวิถีกรรม

กราบขอหนทางหลุดพ้น

ยุคสุดท้ายนี้:
คนทั้งหลายถูกนำพามารับวิถีธรรม
ทั้งๆที่ต่างมีบาปเวรติดตัวกันมาเหลือคณานับ
พระพุทธะจะสลัดชะตาชีวิตทิ้งไป
ผู้บำเพ็ญจริงจะไม่พยากรณ์ชีวิต
แต่จะยอมรับชะตาชีวิต
จีงรู้จิตความเป็นมา
จิงกำหนดชะตาความเป็นไป
ชีวิตของผู้บำเพ็ญ
จึงไม่ขึ้นอย่กํบคำทำนาย

Thursday

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กงเนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ ไท่ซิว กรุงเทพ ฯ

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ ไท่ซิว กรุงเทพ ฯ

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ



--------------------------------------------------------------------------------





บำเพ็ญธรรมมิใช่อยู่ที่ตำแหน่งชื่อเสียง แต่อยู่ที่คุณธรรมได้ประจักษ์

ดำเนินธรรมมิใช่อยู่ที่ร่ำรวยฤายากจน แต่อยู่ที่ความศรัทธาจริงใจได้ประจักษ์

เราคือ

สงฆ์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมกายเคียมคัล

องค์มารดาแล้ว ถามศิษย์รักทุกคนสบายดีไหม

น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา



ศิษย์เรียกร้องขอบุญวาสนา แต่มิเคยได้บริจาคทาน

ศิษย์เรียกร้องขอมีอายุยืนและสุขภาพแข็งแรง แต่มิเคยหยุดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

ศิษย์เรียกร้องขอมีสติปัญญาสูงส่ง แต่มิเคยศึกษาค้นคว้าวิชาความรู้ให้กว้างขวาง

ศิษย์เรียกร้องขอมีชีวิตอันสงบสุข แต่มิเคยย้อนมองส่องตนกำราบกิเลสและจิตใจที่ฟุ้งซ่าน



ต่อรูปลักษณ์ทั้งหลาย ศิษย์ต้องมีความบางเบาในความใคร่อยาก

ต่อหลักธรรมจริง ศิษย์ต้องมีแรงศรัทธาจริงใจบำเพ็ญตามรอยอริยะ

ต่อเวไนยทั้งหลาย ศิษย์ต้องมีเมตตาจิตอุทิศช่วยเหลือเกื้อกูล

ต่อตนเอง ศิษย์ต้องมีความเข้มงวด กวดขันตนในการบำเพ็ญธรรม

ต่อผู้ร่วมบำเพ็ญ ศิษย์ต้องมีความเสมอภาคในทัศนะความคิดเห็น



เมื่อเกิดมาแล้วไม่ลุ่มหลง คือปัญญาแห่งญาณ ได้บรรเจิด

เมื่อเกิดมาแล้วไม่ทุกข์กังวล คือจิตแห่งเมตตา ได้ปรากฏ

เมื่อเกิดมาแล้วไม่ขยาดกลัวความตาย คือกล้าหาญแห่งพลังเที่ยงธรรม ได้ปรากฏ

( เข้าใจไหม )

ธรรมยุคขาวปรกโปรดกว้างฉุดช่วยคนที่ลุ่มหลงขึ้นสู่ฝั่งแดนพุทธะ ในการสดับธรรมสองวันนี้ มวลศิษย์นั้นบังเกิดจิตที่ดีงาม จะต้องรู้แสดงออกด้วยการบำเพ็ญจิตปฏิบัติตน ฉุดช่วยคนทั้งหลายจึงจะพบคุณวิเศษแห่งอนุตตร

แม้กาลนี้ธรรมปรกโปรดโลกมนุษย์ แต่ยิ่งฉุดช่วยโลกวิญญาณและเทวโลก หนึ่งในสามโลก มีบรรพชนของศิษย์รักได้หมุนเวียนสลับเกิดตายมาหลายชาติ ดังนั้นผู้เป็นบุตรหลานควรตรึกตรองพิจารณาให้จงดี การที่ตนได้รับธรรมะสดับธรรมและจะก้าวเดินต่อไปนั้น จงสงบจิตย้อนถามตน ได้รู้ถึงที่สุดแห่งจุดสถิตจิตญาณหรือยัง ด้วยเหตุนี้จะส่งผลถึงบรรพชนของศิษย์ทั้งหลาย

การบำเพ็ญธรรมในยุคขาวขอเพียงเปิดใจ ก้าวเข้ามาศึกษา ให้ตนนั้นพิสูจน์ตนด้วยธรรมะไร้รูปลักษณ์ จึงหวังศิษย์ทั้งหลายบำเพ็ญธรรม ด้วยการไม่แอบแฝงเสแสร้ง จริงใจศรัทธา ปลุกพลังอันมุ่งมั่นแห่งพุทธะ พระโพธิสัตว์ที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ได้ตื่นจากฝัน ก้าวทันกาลปรกโปรดครั้งนี้

( เข้าใจไหม )



ศิษย์รักเอ๋ย...ศิษย์รัก...

อาจารย์รู้ว่าแต่ละคนได้ประสบอุปสรรคมากเท่าใดในการฉุดช่วยคน บางคนคิดว่าเป็นมิจฉาศาสตร์หรือลัทธิมาร แต่ศิษย์ทุกคนจะต้องมีพลังแห่งท่านกวนเซิ่งตี้จวิน พิทักษ์ธรรม และจิตใจของศิษย์เอง มิอ่อนล้าหรือถดถอยทุกอุปสรรค ทุกผู้คนที่มีบุญสัมพันธ์ เราจะต้องรู้จักขอบคุณและถนอมรักษาโอกาสนี้ที่จะได้สร้างบุญบรรลุปณิธาน ขอเพียงจิตใจศิษย์ทุกคนตรงต่อฟ้า ฟ้าย่อมให้การดูแลช่วยเหลือ แต่ทว่าฟ้าในจิตใจหากผิดเพี้ยน แม้แต่พุทธะพระโพธิสัตว์ก็ไม่อาจช่วยได้

ดังนั้นการบำเพ็ญธรรม บำเพ็ญจิตและนำพาคนทั้งหลาย เจ้าจะต้องยืนหยัดให้ตรงต่อฟ้า คอยระมัดระวังจิตตนเองอยู่เสมอ สำรวมกายวาจาใจ ฝึกฝนขัดเกลาได้ถึงที่สุด แห่งสภาวะอิสระเสรี

ทุกหน้าที่ที่ปฏิบัติ ฟ้าเบื้องบนล้วนคอยดูอยู่ ขอจงตั้งใจให้ดี สักวันหนึ่งศิษย์จะบรรลุ ศิษย์สำเร็จธรรม

จงมุ่งมั่น...จงมุ่งมั่น...ก้าวขึ้นไปอีกขั้นของการบำเพ็ญ

กราบลา

ฮา ฮา ถอย

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง เนื่องในโอกาสประชุมธรรม ชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้ ณ ไท่เจียฝอเอวี้ยน อ.หนองแค จ.สระบุรี

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


เนื่องในโอกาสประชุมธรรม ชั้นฟื้นฟูจิตเดิมแท้ ณ ไท่เจียฝอเอวี้ยน อ.หนองแค จ.สระบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2550



--------------------------------------------------------------------------------

จี้กงคืออนุเคราะห์ด้วยเที่ยงธรรม หัวฝอคือพุทธะล้ำอมตะหนา

แห่งชีวิตจิตญาณเดิมที่มา หัวฝอหนังผิงซันรอศิษยาร่วมเปรมปรีดิ์

เราคือ

จี้กงหัวฝอแห่งหนันผิงซัน รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมเคียมคัลต่อหน้า

องค์มารดาแล้ว ถามศิษย์รักทั้งหลายสุขสบายดีไหม

จิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา

บำเพ็ญธรรมกลางโลกต้องรู้มี จิตเมตตาอันกว้างใหญ่ไพศาล

บำเพ็ญธรรมกลางสังคมต้องมี กุศโลบายแยบยลหมื่นพันวิธีฉุดช่วย

บำเพ็ญธรรมในครอบครัวต้องมี คุณสัมพันธ์ทั้งห้าคุณธรรมแปดกลมกลืน

บำเพ็ญธรรมในสถานพุทธะต้องมี จิตอ่อนน้อมเที่ยงตรงสมานสามัคคี

บำเพ็ญธรรมในจิตตนต้องมี มโนธรรมสำนึกขอบพระคุณฟ้าดิน แลรู้จักสำรวจตนเป็นประจำ

(เข้าใจไหม)





ศิษย์รักเอ๋ย...

งานประชุมธรรมสามโลกสะเทือนทั่วทั้งฟ้าดิน ศิษย์พึงรู้รักษาพุทธระเบียบ ให้สงบราบรื่น พึงรู้ถนอมค่าเวลาฟ้าดิน ในยุคท้ายปลายกัป จับไม้พายมุ่งก้าวหน้า นำพาสาธุชนคนดีทั้งหลายขึ้นสู่ฝั่งพระนิพพานพร้อมหน้ากัน ด้วยบุญสัมพันธ์ของแต่ละชีวิต เกี่ยวโยงอีกหมื่นพันชีวิตทั่วทศทิศ จึงต้องรู้นำพาฉุดช่วย สานสายใยพุทธสัมพันธ์ เกี่ยวโยงกว้างขวางสุดประมาณ จึงนำพาฉุดช่วยเวไนยชนได้มากหลาย จึงบรรลุตามปณิธานที่ตั้งไว้ คิดอยากฉุดช่วย ก่อนอื่นต้องมาจากจิตเมตตาอันจริงแท้บริสุทธิ์ ด้วยจิตเมตตานั้น จะก่อเกิดพุทธรังสีกว้างใหญ่ส่องสว่างทั่วหมื่นพันโลกธาตุ ด้วยจิตกรุณาจึงนำหนุน สู่การส่งเสริมอุ้มชูอย่างจริงแท้ ให้ได้ก่อเกิดบุคลากรแห่งฟ้า สร้างสรรค์งานธรรมกิจ หมุนกงล้อธรรมจักรขับเคลื่อนไปมิสิ้นสุด เพียงวันนี้ ทั้งกายแลใจแห่งเจ้าผาสุกดี มีพลังธรรมอันโชติช่วงมิขาดหาย ย่อมดำเนินปณิธานให้สำเร็จดั่งใจหวัง



เพียงเจ้ามี จิตศรัทธาเสมอต้นปลาย ย่อมนำพาสู่จุดหมายได้แน่นอน

เพียงเจ้ามี ปัญญาธรรมสว่างใสพบอุปสรรคทดสอบใด ย่อมกระจ่างแจ้ง ผ่านได้ตลอด

เพียงเจ้ามี จิตเที่ยงธรรมภายในใจ ย่อมอนุเคราะห์มวลเวไนยได้ตรงทาง

หวังเจ้าเป็น จี้กงน้อยในยุคขาวก้าวตามอย่างอาจารย์ จะดีไหม?



ศิษย์รักเอ๋ย...

ถนอมค่าวันเวลา นำพาสาธุชนสู่จุดหมาย คืนฝั่งแดนพระนิพพาน พร้อมหน้ากัน อาจารย์คอยเจ้าร่วมสราญ ณ หนันผิงซัน อิสรเสรีไร้ทุกข์หมองข้องจิต ด้วยวันนี้ศิษย์รู้วางปลงได้ บำเพ็ญจริง ฉุดช่วยเวไนย ทั้งภายในภายนอกอย่างแท้จริง แลมิลืมสำรวจตนทุกขณะ รู้สำนึก รู้ตอบแทน รู้ดำเนินธรรมกิจ สร้างบุญกุศลคลายหนี้กรรม รู้บรรลุในปณิธานแห่งตน มรรคผลสมบูรณ์ชาตินี้เอย

กราบลา

ฮา ฮา ถอย

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ พุทธสถานตระกูลคุ้มภัยเพื่อน จ.ประจวบคีรีขันธ์

พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระโอวาทอรหันต์จี้กงวิปลาส

ประทานไว้ เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ พุทธสถานตระกูลคุ้มภัยเพื่อน จ.ประจวบคีรีขันธ์

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2550

สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ



ท่ามกลางอุปสรรคพบพันหมื่นครั้ง หวังศิษย์รักเอาอย่างดอกเหมยหนา

อากาศหนาวเย็นยิ่งสะพรั่งบานนา กำลังใจฮึดสู้ฝ่าทุกข์นั้นไป

คำนึงถึงศิษย์ยามใดห่วงใยนัก กี่คนบ้างที่ลำบากธรรมเบิกสร้าง

กี่คนบ้างที่เดินหลงผิดทิศทาง กี่คนบ้างแจ้งกระจ่างในธรรมแท้

เราคือ

อรหันต์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก

พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมกายเคียมคัล

องค์มารดา แล้ว ถามศิษย์รักทุกคนสุขสบายดีไหม

น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง

ฮา ฮา

บุกเบิกสร้างสรรค์ชีวิตอันผาสุก ที่สุดคือบุญวาสนา

บำเพ็ญปฏิบัติธรรมไม่ลังเลหรือหวั่นไหว ที่สุดคือเท้าเหยียบดินยืนหยัดมั่นคง

สามารถรับผิดชอบต่อหน้าที่ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ที่สุดคือสัตยธรรม

บาปเวรกรรมสามารถไกล่เกลี่ยสลายได้ ที่สุดคือบุญกุศลกลมกลืน

สุดใจลงเรี่ยวลงแรงทุ่มเท ที่สุดคือเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในธรรมกิจแห่งพุทธะ

มีเมตตาธรรมคัดเลือกปราชญ์เมธีสำเร็จผล ที่สุดคือวีรอาจหาญกล้า

ถนอมรักษ์ชีวิต ที่สุดคือคุณค่าอันสูงส่ง

สู่โลกมหาเอกภาพ ที่สุดคืออุดมการณ์ปณิธาน

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่หนึ่ง ยิ่งบำเพ็ญชีวิตยิ่งผาสุกราบรื่น

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่สอง เผยแผ่ธรรมสู่เวไนยได้รุ่งเรืองกว้างไพศาล

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่สาม ฉุดช่วยชาวโลกเมตตารักสามัคคี

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่สี่ จงรักชาติ ถนอมรักษ์เบญจธัญชาติอย่างสมบูรณ์

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่ห้า กอปรความดี ห่างจากการแก่งแย่ง กดขี่ข่มเหง



ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่หก รักษาพุทธระเบียบบำเพ็ญตนให้งามสง่า

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่เจ็ด ครอบครัวปรองดองอยู่กันพร้อมหน้า

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่แปด ชะล้างกิเลสเวรกรรมก่อนอื่น อุปสรรค โรคภัยจึงบางเบา

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่เก้า นำพาผู้ร่วมบำเพ็ญปฏิบัติธรรมอย่างสุดกำลัง

ศิษย์ตั้งมั่นจิตเจริญปณิธานข้อที่สิบ บรรลุอริยมรรคร่วมกันในกาลข้างหน้า

เข้าใจไหม

ศิษย์รักเอ๋ย.....

โลกยุ่งเหยิงถึงเพียงนี้ เจ้าจะไม่ประสีประสาได้อย่างไร จะไม่แกร่งกล้า บำเพ็ญธรรมได้อย่างไร อาจารย์ติดตามเคียงบ่าไหล่ ตลอดมา เฉกเช่นเงาที่ทอดยาวขึ้นตามดวงตะวัน





ศิษยรักเอ๋ย.....ศิษย์รักเอ๋ย.....ศิษย์รักเอ๋ย.....

จิตเวไนยยิ่งตกต่ำ ดุจท้องฟ้าที่มืดมิด ดุจจักรวาลที่ไร้แสงสว่าง เจ้าจะยังสนุกเพลิดเพลินเสพสุข อีกถึงเพียงไหน จงพินิจชีวิตตนในชาตินี้ ลิ้มรสชาติของความขมหวาน ได้ชื่นบานหรือยัง เคยชินบ้างหรือยัง แต่เหตุใดชีวิตยังมิรู้จักพอประมาณ จงพินิจพิจารณาให้จงดี อยากพบแดนอันสงบสุขในชีวิตนี้ แต่ทว่ามิยอมปล่อยวาง หรือจะพบตนที่แท้จริง วันนี้ได้มีบุญสัมพันธ์นับเป็นวาสนา ศิษย์ของอาจารย์พึงตระหนักให้ดี ดี หลักธรรมที่สดับ ได้ชี้นำพาอะไร ให้แด่ชีวิตศิษย์รักบ้าง ได้ชี้นำไตรรัตน์อันประเสริฐสุด ขอย้อนส่องตนพินิจคัมภีร์แห่งจิต มิได้ค้นหาที่ภายนอก หรือเปลือกนอก ฤๅรูปลักษณ์ ฤๅวัตถุ แต่ค้นหาที่จิตของตน ว่าหมั่นย้อนมองส่องเพียงใด ในชีวิตประจำวัน ต้องตั้งใจให้ดี ที่จะประพฤติทำความดี มิต้องกลัวว่าจะทำมิได้ชนะ ขอเพียงรู้จักชนะจิตใจตน ยิ่งกว่าชนะผู้อื่น หรือสิ่งทั้งหลาย

เข้าใจไหม

ศิษยรักเอ๋ย.....ศิษย์เอ๋ย.....

เจ้าจงบำเพ็ญตามปฏิปทาพระพุทธะพระโพธิ์สัตว์ อาจารย์นั้นร่วมเดินข้ามพ้นทุกกาลฤดูกับศิษย์รัก ขอเจ้าตั้งมั่นตั้งใจ อาจารย์เชื่อมั่นว่า ศิษย์ทุกคนเป็นอย่างพุทธะได้ไม่ยากเกิน.....คือพุทธะเดินดิน แผ่จิตเมตตา ภาวนาความสุขให้ทุกชีวิตได้ร่มเย็น อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ขอศิษย์รักนำพาธรรม และจิตศรัทธานี้ฉุดช่วย นั้นเป็นพอ

กราบลา



ฮา ฮา